series//Let's go to the beach
posted on 12 Feb 2008 22:41 by katere-room in love-seriesLet’s go to the beach
มีคนบอกไว้ว่า
คนหน้าตาดี มีแต่คนคอยรัก
ในทางกลับกัน
คนหน้าตาไม่ดี มีแต่รอคนมารัก.........
((ติ๊ดๆติ๊ดๆติ๊ดๆ!!))
ตุ่บ!
ฟิ้ววว~!
โป๊ก!
“โอ๊ยยยยยยยยๆๆๆ!!”
ห้าสรรพเสียงที่ตำราภาษาตั้งชื่อให้ว่าคำสัทพจน์ดังอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่เสียงนาฬิกาปลุกรัญจวนกระดูกทั่งค้อนโกลน ตามด้วยเสียงฝ่ามืออรหันต์ที่ประทานให้ป๊าบใหญ่เพื่อดับเสียงสะเทือนแก้วหู ต่อด้วยเสียงวัตถุเสียดสีกับอากาศ ไม่พอยังมีเสียงของแข็งกระแทกกะโหลก จนมาจบด้วยเสียงแหกปากลั่น ลิ้นไก่กระดิก แต่ก็นะ..ไอ้คนขี้เซามันก็ยังขี้เซาอยู่วันยังค่ำ
มิหนำซ้ำ ท่อนขายาวๆยังเหวี่ยงมาเสยให้กับชายหนุ่มจนหงายท้องแอ้งแม้ง
“ไอ้ลิ้งค์ ไอ้เวร ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!”
“แจ๊บๆ..ต่ออีกนิดดิ่~ งึ่มๆ..”
“โอ๊ย!! ต่ออีกนิดหรอ? มีหวังฉันได้เข้าเฝือกคอไปนอนที่โรง’บาลก่อนได้เปิดร้านแน่ๆ ตื่นโว้ย!”
“อีดงแฮขี้บ่น..”
“เออ ยอมรับ ขี้บ่น แต่ที่บ่นก็เพราะแกนั่นแหละ เฮ้ย!ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ!!” ชายหนุ่มออกแรงแกะเจ้าตัวเล็กที่นอนเกาะหนึบกับผ้าปูที่นอนท่าตุ๊กแกเพราะรายนั้นตั้งท่าจะหลับตาพริ้มเต็มอิ่มกับห้วงนิทราต่อ กว่าจะหลุดออกมาได้ก็ทำเอาเหงื่อซึมไปเยอะพอดู
ลิ้งค์ เจ้าของชื่ออยู่ในท่านั่งครึ่งตัวกำลังขยี้ตาที่ปิดสนิทด้วยเพราะขี้ตาที่ทำหน้าที่ต่างกาวตราช้าง แล้วก็หาวหวอดๆไม่เกรงใจว่ากลิ่นปากจะไปทำร้ายเพื่อนสนิทอาจถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้ ก่อนจะลืมตาตื่นเต็มตาแล้วก็ยิ้มแป้นโชว์ขี้ฟัน
“นี่ขี้เหร่ยังไม่พอใช่ม้ะ ถึงได้อยากโคตรขี้เหร่อ่ะ?”
“โห่! ทักดีๆกว่านี้ไม่เป็นรึงัยวะ? ที่บ้านเลี้ยงด้วยวิสกัสรึงัย?”
“เพดดิกรี”
“รู้ตัวหนิ่~!”
ชี้หน้าเพื่อนหนุ่มหน้าตาดี หัวเราะคิกคัก แล้วก็เปลี่ยนมาจ้องเขม็งแล้วก็ต้องหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม เพราะตรงหน้าผากของดงแฮมันมีก้อนโตๆปูดขึ้นมาเท่าลูกมะกรูด
“ฮ่าๆ หน้าแกไปโดนเด็กมือบอนที่ไหนมันเจิมมาอ่ะ? ตลกชะมัด ฮ่าๆ”
“เด็กที่ไหน....เด็กที่ไหนล่ะ ที่มันนั่งหัวเราะปากเหม็นอยู่ตรงเนี้ย!” ด่าไม่พอยังเอานิ้วชี้ยาวๆจิ้มเข้าให้ที่กลางหน้าผาก ทำเอาคนตัวผอมที่ก็โงนเงนอยู่แล้วล้มลงแผ่กับเตียงนุ่มอีกรอบ
“เฮอะ..เป็นคนตั้งนาฬิกาปลุกเอง บอกจะตื่นแต่เช้า เป็นงัยล่ะ จับได้ปุ๊บเป็นขว้าง แล้วคนซวยเป็นใคร อีดงแฮ อีดงแฮเพื่อนผู้ประเสริฐของแกคนนี้ไงเล่า!”
“พอได้แล้วน่า นี่ฟังแกบ่นจนเสียเวลาเข้เลย!” ลิ้งค์พลิกตัวหนีหน้าขาวๆของเพื่อนที่ยิ่งนับจำนวนวินาทีก็ยิ่งจะกลายเป็นยักษ์เข้าไปเรื่อยๆ
“เออ งั้นแกก็ลุกไปเข้สิวะ ยังจะนอนต่ออีก”
“ฮึ่ย..ให้ฉันเนียนนอนต่อหน่อยก็ไม่ได้ ไอ้ดงแฮจอมเขี้ยว!”
“ฉันเขี้ยวก็เพราะแกนั่นแหละ”
“เพราะฉันอีกละ เดี๋ยวก็เอาไปเขียนหนังสือ ‘Linkline’ the reason of LeeDonghae ซะเลย”
กรุ๊งกริ๊ง!!~
เปลือกหอยสีม่วงอ่อนคละไปกับสีเปลือกส้มกระทบกันตามแรงลมจากชายหาดที่พัดผ่านเวลาเช้าตรู่เกิดเป็นเสียงกรุ๊งกริ๊งที่พอคลอไปกับเสียงเกลียวคลื่นก็น่าฟังมากขึ้นไปอีก
‘LeeLink Latté’
ลิ้งค์ลงจากเก้าอี้ไม้สีขาวมอๆที่เจ้าตัวจงใจลงสีให้มันเป็นแบบนั้น ปัดมือแปะๆอมยิ้มชื่นชมกับผลงานการแขวนป้ายของตัวเอง ป้ายชื่อร้านกาแฟเล็กๆที่เธอกับเพื่อนสนิทช่วยกันสร้างมันขึ้นมา...ทั้งร้าน ทั้งป้ายนั่นแหละ
“เบี้ยว”
“หืม?”
“ก็บอกว่าเบี้ยว!”
“เบี้ยวตรงไหนเล่า ตรงเด่งเลย ไอ้ตาเข!”
“ตรงบ้านแป๊ะแกอ่าสิ เบี้ยวชัดๆ” หญิงสาวยืนเท้าเอวท้าสายตากับเพื่อนหนุ่มตัวเล็กนามว่าดงแฮที่มากล่าวหาว่าผลงานชิ้นเอกของเธอเบี้ยว พอๆกับดงแฮที่ก็เท้าสะเอวในท่าที่ก๊อปปี้กันมาเด๊ะๆ ไม่นานสงครามน้ำลายย่อยๆก็ก่อเกิดขึ้น
“ตรง!”
“เบี้ยว!”
“ตรง!”
“เบี้ยว!”
“ตรงๆๆๆๆๆ”
“เบี้ยวๆๆๆๆ”
จากเท้าเอวเป็นยืนสลัดมือพราดๆ โก่งคอเถียงกันคอเป็นเอ็น....เหนื่อยกันมั๊ยเนี่ย?
“ชิ! ตาดีนักก็ปีนขึ้นไปแก้สิ” ลิ้งค์กอดอกหนึบ เชิดหน้าหนี ปล่อยให้ดงแฮลากเก้าอี้ตัวเดิมแล้วปีนขึ้นไปจัดการด้วยตัวเอง ...เอาวะ เชื่อคนตาดีซักครั้งเถอะ อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ใส่แว่นเหมือนเรานี่นะ....
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็อดที่จะอยากแกล้งไอ้เพื่อนตัวแสบไม่ได้อยู่ดี ลิ้งค์ทำเป็นมองไปเรื่อยเปื่อยแต่ขาน่ะมันกำลังคืบคลานเข้าไปข้างใต้เก้าอี้ตัวที่บรรทุกน้ำหนักของดงแฮ และจากนั้นเจ้าหล่อนก็....กระตุกขา!!!
“เฮ้ยๆ ไอ้ลิ้งค์ แกเล่นอะไรวะ?”
“เปล๊า!!~”
“เฮ้ยๆๆ มัน..มันจะล้ม..เฮ้ย!”
เสียงดงแฮก็ดังเป็นเพื่อนสายลมไป แต่ลูกกะตาเล็กๆของลิ้งค์มันดันเหลือบไปเห็น...!?
“ดงแฮ ตอนนี้มันกี่โมงวะ?”
“เฮ้อ~” ดงแฮล่ะโล่งอกที่ในที่สุดเพื่อนตัวดีก็เลิกเล่นซักที “นาฬิกามี ดูเองดิ่”
“ไอ้บ้า ตอบดีๆ”
“เฮ้ย! แล้วทำไมต้องเตะขาเก้าอี้อ่ะ”
“หมันไส้..นี่! แล้วเช้ามืดอย่างงี้ เค้าจะเล่นน้ำกันเหรอ?”
“แกพูดอะไรของแกวะ?”
“ฉันว่า หมอนั่นกำลังคิดฆ่าตัวตายอ่ะ!!”
“อะไรนะ? เฮ้ยยยย!!”
วิ่งตรงแหน่วไปที่ชายหาดแต่ขาเจ้ากรรมก็ดันไม่วายสร้างเรื่องให้กับดงแฮ ก็ตอนที่ลิ้งค์วิ่งไป ชายผ้ากันเปื้อนมันดันไปติดอยู่กับเก้าอี้ที่ดงแฮใช้อยู่น่ะสิ พอเจ้าตัวออกวิ่ง ผลมันก็เลยกลายเป็นว่า ดงแฮล้มหัวคะมำอยู่หน้าร้าน เลยได้มาร์กหน้าสูตรใหม่เลย ‘สูตรทรายจากทะเลตะวันออก’
“โอ๊ยยย!! ไอ้เพื่อนชั่ว!”
“นี่นาย! จะบ้าไปแล้วรึงัย? ขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ บอกให้ขึ้นมา เฮ้ย!!~” ตะโกนเสียงแปดหลอดแต่มันก็ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่มันดังซ่าก้องหูเลย เลยตัดสินวิ่งลงไปและรั้งแขนของชายหนุ่มคนที่กำลังมุ่งหน้าสู่ผืนทะเลกว้าง จับได้ปุ๊บก็กระโดดล็อกคอทันที
“อะไรเนี่ย!”
“จะอะไรล่ะ ก็นายกำลังคิดสั้นอยู่น่ะสิ บุ๋งๆๆๆ”
จากที่จะช่วยเค้าแต่กลายเป็นว่าจมน้ำไปซะเอง คลื่นน้ำที่ค่อนข้างแรงเพราะเป็นเวลาเช้ามืดทำให้แขนเล็กๆของหญิงสาวหลุดออกจากคอของชายหนุ่ม
“ช่วย...บุ๋งๆๆ ช่วย....”
“เฮ้ย!” ร่างสูงรีบคว้าคอเจ้าตัวเล็กทันควัน ก่อนที่คลื่นลูกโตจะซัดร่างบางหายไปกับสะดือทะเลซะก่อน แล้วก็ลากขึ้นฝั่งโดยเร็ว
“เอางัยดีอ่ะ?” ผู้ชายตัวสูงที่ลิ้งค์เข้าใจว่าจะฆ่าตัวตายมองดูสภาพไม่เป็นสภาพของหญิงสาวตัวบางที่คงมีเจตนาจะเข้ามาห้ามเขาเอาไว้ แต่ก็นะ..แล้วทำไมมันกลับตาลปัตรเป็นว่าเขาจะต้องมาช่วยเธอไว้ด้วยเนี่ย?
นิ้วชี้เรียวส่งไปแตะปลายจมูกก็พบว่ายังพอมีลมหายใจอยู่ แต่มันก็เบาเหลือเกิน
“เอาวะ”
บอกกับตัวเองก่อนที่จะ.....................
.....................................เม้าท์ทูเม้าท์.....................
.......................
........
...............พรวดดดดดดดดดด!!
แค่ก!! อ่อก!!
....เต็มๆหน้าเลยเหอะ ทั้งน้ำลายทั้งขี้ฟัน!
เจ้าของเรียวหน้าหล่อคมหลับตา ไม่รู้ว่ากลัวสิ่งปฏิกูลพวกนั้นเข้าตา หรือจะข่มอารมณ์บางอย่างก็ไม่รู้นะ แต่ว่า พอลืมตาขึ้นมา ลิ้งค์ก็ถึงกับผงะ...
จะเรียกว่าเป็น บุญตา หรือ บาปตา ดีล่ะ
ที่เกิดมาแล้วได้เห็น หล่อโหด!
“แฮ่...นายไม่ได้จะฆ่าตัวตายหรอกเหรอ?”
..ส่ายหน้า..
“จริงดิ่?” ทำตาโตบ๊องแบ๊วใส่ แต่กลายว่าอีกคนกลับส่ายหัวระอากลับมา
“เต็มหน้าเลยเนอะ?” มือเล็กๆตามไปเช็ดๆถูๆกับใบหน้าหล่อ ยิ้มแหยๆให้..เอาน่า ยิ้มสู้ๆ
“ถ้าเธอตายขึ้นมา ฉันไม่ติดคุกหัวโตเลยรึงัย?!”
“ก็ไม่ตายแล้วนี่! จะเอาอะไรอีก ห้ะ?!!” พองลมเต็มแก้มจ้องตากลับอย่างเอาเรื่อง ..ฮึ คนเค้าอุตส่าห์หวังดี แม้จะเข้าใจผิดก็เถอะ แต่คนมันก็เจตนาดีนะ!!
มาทำหน้าดุใส่แบบนี้ ใช้ได้ที่ไหนกันเล่า...
“ก็...ไม่เอาอะไร”
“กวน!”
พ่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ใส่หน้าหล่อๆแล้วก็รีบยันตัวเองลุกขึ้นยืนพลางปัดเม็ดทรายออกจากตัว กะรีบวิ่งหนีไปจากตรงนี้เร็วๆ ตอนแรกก็อยากจะทำความรู้จักเผื่อจะได้เป็นเพื่อนใหม่ แต่ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ชาตินี้อย่าเจอกันอีกเลย!
“จะรีบไปไหนอ่ะ?” ..โธ่เว้ย! ไม่เข้าใจ ทำไมคนหล่อต้องแขนยาวแล้วก็มือไวอยู่เรื่อย..
คนตัวเล็กสะบัดหน้ากลับ นึกอะไรไม่ออกก็แลบลิ้นยาวเหยียด
“ไปไหนก็ได้ โตแล้ว! แบร่!”
“เอ๋า~”
“แฮ่กๆ ไอ้ลิ้งค์ ไปไหนมาวะ? แฮ่ก..เฮ้ย! ทำไมมันเหมือนลูกหมาตกน้ำอย่างงั้นล่ะ?” ดงแฮจ๋า..ไม่มาเอาซักมะรืนนี้เลยล่ะ??
หญิงสาวพ่นลมหายใจออกพรวดใหญ่ ก็อยากจะนึกเสียดายอยู่หรอกนะ อุตส่าห์หายใจเข้าอยู่ตั้งนาน ก่อนจะกระทืบเท้าปึงๆวิ่งเข้าร้านไปทันที
“คนอะไรอ่ะ ไอ้เราอุตส่าห์หวังดี เห็นเดินดุ่ยๆลงทะเลเป็นใครก็ต้องคิดทั้งนั้นล่ะ เป็นแกคิดมั๊ยล่ะ?”
“อือ”
“เห็นม้ะ? แล้วฉันก็แค่ผิดที่เกิดมามีส่วนสูงน้อยไปหน่อย พอกระโดดเกาะคอเค้า มันก็พลาดอะดิ ทีนี้ฉันก็จมน้ำ..แล้วคิดว่าฉันอยากจมมั๊ยล่ะ ไม่ ใช่ม้ะ?”
“อือ”
“ก็นั่นอะดิ่ แล้วฉันก็ดันฟื้นเร็วไปหน่อย พอหมอนั่นกำลังจะเม้าท์ทูเม้าท์ ฉันก็แค่..สำลักน้ำออกมาซะก่อน”
“เฮ้ย!แล้ว..”
“ถูก! น้ำลายฉันเต็มหน้าเค้าเลย” ชี้นิ้ว ‘ถูกต้องนะคร๊าบ’ ให้เพราะเดาอยู่แล้วว่าเพื่อนต้องถาม
“อ้าว? แล้ว....”
“ถูก! หมอนั่นโกรธฉันใหญ่เลย” ชี้อีกรอบ ก่อนจะเปลี่ยนมานั่งเท้าโต๊ะทำหน้าเครียด
“ว่าแต่ว่า หน้าตาเป็นงัยวะ?” ดูท่าลิ้งค์คงจะคิดผิดแล้วล่ะที่คิดเล่าบอกเจ้าดงแฮ จากเรื่องสั้นๆมันจะได้กลายเป็นยาวแข่งกับแม่น้ำไนล์น่ะสิ
“ก็..หล่อมั้ง”
“หล่อเหรอ?”
“มั้ง.....นิดนึง...”
“เอาดีๆดิ่”
“เป็นโฮโมรึงัย?”
“เฮ้ย!! เปล่า!!” ปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่คุยกะแกและ ..ลูกค้ามา” หาทางออกได้ก็วิ่งปราดออกไปรับลูกค้าหน้าแป้นโดยไว ทิ้งให้สาวสวยที่สุดในร้านเพราะมีกันแค่ 2 คนนั่งเซ็งอยู่ที่เดิม
ครืด!~
..ไอ้ลูกค้าเพี้ยน โต๊ะอื่นก็ว่างตั้งเยอะ ทำไมต้องสรรหามาแย่งกันด้วยวะ?...
“โต๊ะนี้ ฉันนั่งอยู่ ไม่เห็นรึงัย หรือว่าโรคจิตชอบแย่งคน...นาย!”
ปึง!!
ฝ่ามือบางตบโต๊ะเข้าให้เสียงดังสนั่น เก้าอี้ไม้ล้มตึงลงกับพื้นเพราะการที่ลิ้งค์ลุกขึ้นโดยฉับพลัน ดวงตารีเล็กจ้องเขม็งไปที่ร่างสูงที่ยังยืนยิ้มกวนๆให้ฝั่งตรงข้าม
“ก็โต๊ะอื่นต้องนั่งคนเดียวอ่ะ มันเหงา” ตอบได้ง่ายดาย แถมยังทำหน้าชื่นตาบานได้อีกแน่ะ..น่าจะเบิ๊ดกะโหลกซะป๊าบให้หายคันมือซะหน่อย แต่กระนั้นลิ้งค์ก็ก้มลงเก็บเก้าอี้ตัวที่น่าสงสารขึ้นมาตั้งไว้เหมือนเดิม พร้อมกับหย่อนก้นลงนั่ง
“ถ้าไม่หล่อนี่ ไม่ยอมให้หรอกนะ...”
“อะไรนะ?”
“พูดคนเดียว!”
“ท่าจะบ้า~”
“เฮ้ย!!!”
“ชื่ออะไร” อยู่ๆก็เปลี่ยนประเด็นซะงั้นน่ะ แต่ก็นะ...ตอบๆไป ตำรวจไม่จับ
“ลิ้งค์”
“ชื่อแปลกแฮะ..” พอถึงตรงนี้ ดงแฮก็ยกกาแฟมาเสิร์ฟ ไอร้อนๆกับกลิ่นเมล็ดกาแฟกรุ่นๆกระตุ้นต่อมหิวของลิ้งค์ได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ
“มันเป็นคนไทยน่ะ มาเรียนต่อที่นี่..แต่ท่าทางจะไม่ยอมกลับ สงสัยจะอยู่ยันแก่” อีดงแฮ นอกจากจะขี้บ่น ยังขี้ยุ่งได้อีก
“ดงแฮ!”
“ชื่อดงแฮเหรอ? เป็นคนที่นี่เหรอครับ”
“ใช่แล้ว..ดูคุณไม่เหมือนคนที่นี่เลยนะ มาเที่ยวใช่มั๊ยครับ?” ต่อมมนุษยสัมพันธ์ดีเริ่มทำงานแล้วสินะ เพื่อนรัก
“ผมเป็นคนจีน..”
“นั่งคุยกันเลยม้ะ? เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟมาเสิร์ฟให้?” น้อยใจอ่ะ เข้าใจม้ะ..เข้าใจความรู้สึกส่วนเกินมั๊ยคับพี่น้อง!
“แย่งซีนหน่อย ทำลมออกหู ไปก๊ะด้ายว้า~” ดึงแก้มเพื่อนคนสวยจนย้วยแล้วก็สะบัดตูดหนีเอาดื้อๆ
ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามหัวเราะคิกคักใหญ่ กระทั่งฝ่ามือพิฆาตประเคนให้กับโต๊ะตัวที่โชคร้ายที่สุดในร้านนั่นแหละ เลยสะอึกแล้วก็เงียบ เขาเลือกที่จะส่งสายตามามองลิ้งค์แค่แว่บเดียว แล้วก็ยกถ้วยกาแฟขึ้นซดเบาๆ
“ตกลงนี่ ไม่คิดจะแนะนำตัวเลยใช่ม้ะ?”
“ฮันกยอง”
“................”
“...?? ฮันกยอง....หูไม่ดีเหรอ?”
คนที่เรียกตัวเองว่าฮันกยองนั่งจ้องหญิงสาวที่อ้าปากค้างด้วยดวงตาแวววาว “ชื่อฮัน...”
“รู้แล้ว ย้ำอยู่ได้”
“เรียกสั้นๆว่า ฮันก็ได้”
“อืม...”
“อึ้งทำไม?”
“ใครอึ้ง...ก็นายตอบเร็ว ฉันก็ต้องงงเป็นธรรมดา…” อยู่ๆลิ้งค์ก็เริ่มรู้สึกเหมือนคนโง่เข้าไปทุกที จะพูดอะไรก็นึกไม่ออก สมองทึบไปหมด .. ยิ่งพอสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน หัวใจก็กระตุก
เป็นอะไรไปน่ะ..อาการแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไรเหรอ?
“ขอตัว มีงานต้องทำ”
คิดว่าพอปลีกตัวออกมาแล้วจะหายเกร็ง ลิ้งค์ก็รู้ทันทีว่าเธอคิดผิด เพราะเวลาจะหยิบจับอะไรก็เป็นต้องสั่นไปหมด ชงกาแฟก็เสียไปหลายแก้ว ลิ้งค์รับรองได้ว่า ถ้าตาคนจีนที่ชื่อฮันกยองนั่นไม่ลุกออกไปภายในสิบนาทีนี้ มีหวังร้านกาแฟสุดที่รักของเธอกับดงแฮจะต้องเจ๊งตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านแน่ๆ...กล้าเอาหัวเป็นประกันเลยเอ้า!
เพราะนอกจากนายฮันกยองนั่นจะมองตามทุกฝีก้าวแล้ว เขาก็ยังมองตามทุกฝีก้าว มองตามทุกฝีก้าวและมองตามทุกฝีก้าว...
นี่เธอไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนะ ก็มันเรื่องจริง
หลายครั้งที่ลิ้งค์ต้องหันหลังมาสงบสติอารมณ์ไม่ให้วีนลั่นร้านจนพาลเอาลูกค้าคนอื่นๆตกอกตกใจไปด้วย แต่มันก็ยากพอดูล่ะสำหรับคนลิมิตต่ำแต่อุณหภูมิสูงอย่างเจ้าหล่อน
คนตัวเล็กคว้าเอากระเป๋าเป้ไหมถักใบโปรดก่อนจะเดินดุ่มๆตรงไปที่สกู๊ตเตอร์คู่ใจที่จอดแน่นิ่งชิดริมฟุตบาท พยายามไม่หันไปมองไอ้เพื่อนสนิทที่อัธยาศัยดีเกินอัตราถึงขนาดว่าสามารถนั่งคุยกับคุณลูกค้านามว่าฮันกยองได้ตั้งแต่เช้าจดค่ำ ไอ้หมอนั่นก็พอกัน งานการไม่มีทำรึงัย ถึงได้น้ำใจล้นหลามช่วยเสิร์ฟได้ทั้งวัน
ก้มหน้าก้มตาเดินแทบจะไม่มองทางด้วยซ้ำ นึกเสียดายว่าทำไมตอนมัธยมถึงไม่เข้าชมรมเดินเร็วนะ ไม่งั้นตอนนี้คงได้ใช้ประโยชน์เหลือแหล่
อีกนิดเดียวก็จะผ่านแล้ว อย่านะ..อย่าเรียกนะ...
“ลิ้งค์! จะไปไหนวะ?”
โอ๊ย!! ให้ฉันสตาร์ทรถแล้วบึ่งออกไปก่อนได้มั๊ย???
ลงไปดิ้นกับพื้นเหมือนเด็กอยากได้ของเล่นยังทันมั๊ยเนี่ย..หรือว่ามันเกินวัยมาแล้ว?
ยอมรับก็ได้..ว่าเกิน (__ __a)
ค่อยๆหันไป นึกสภาพสโลโมชั่นในหนังแอ็กชั่นแล้วอนาถ แต่ก็นะ..ทางเลือกมันไม่มีแล้วนี่
แค่เจอรอยยิ้มกวนๆที่ยืนเป็นแบ็กให้กับดงแฮแล้วก็อยากจะกรีดร้อง..ไม่ชอบโว้ย ไม่ชอบรอยยิ้มแบบนั้น!
“กลับบ้าน”
“นี่กะจะไม่ช่วยฉันปิดร้านใช่มั๊ยเนี่ย?”
“นายก็มีนายนั่นช่วยอยู่แล้วนี่ สนิทกันนักไม่ใช่เหรอ? เห็นช่วยกันเสิร์ฟขยันขันแข็งเชียว แค่ปิดร้านแค่นี้ จิ๊บๆ” พูดจบก็ตั้งท่าจะเหวี่ยงขาข้ามเบาะแต่อะไรๆก็ดูจะช้าไปซะทุกที
“แต่แกต้องไปซื้อของมาเข้าร้านสำหรับวันพรุ่งนี้”
“เฮ้ย! มันหมดเร็วจังอ่ะ”
“ก็ลูกค้าเยอะ ไม่เห็นรึงัย?”
ยู่หน้า ปากเบะตามสไตล์เวลาที่ถูกขัดใจ แล้วก็ต้องเออออห่อหมกไป “เออๆ”
“เดี๋ยว!”
ชะงักกึกไปอีกรอบ แต่คราวนี้เสียงที่เรียกมันไม่ใช่เสียงของดงแฮ ลิ้งค์หันขวับ
“พอดีฉันเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อคืน ยังไม่ได้เที่ยวเลย” ฮันกยองพูดเสียยาวเหยียด แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้คนฟังจับใจความอะไรได้เลยซักนิด
“แล้วงัย?”
“ก็อยากจะให้พาเที่ยวน่ะ ไหนๆก็จะไปซื้อของอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
มัดมือชกกันนี่หว่า..หญิงสาวได้แต่หันไปปรึกษาเพื่อนซี้ทางสายตา แต่คำแนะนำที่ได้รับกลับมาเนี่ยสิ..ยังจะให้มั่นใจได้มั๊ย? ว่าอีดงแฮน่ะเพื่อนของลิ้งค์ไม่ใช่เพื่อนของเจ๊กหน้าหล่อคนนั้น
“คิดว่าน้ำมันมันถูกนักเหรอ?”
“ก็จ่ายให้ก็ได้”
“ลิ้งค์ พี่ฮันเค้าอุตส่าห์อยู่ช่วยเราทั้งวัน ถ้าไม่มีเค้าวันนี้พวกเราได้เดินกันขาขวิดแน่..ก็แค่พาเที่ยวเอง แค่นี้ตอบแทนเค้าไม่ได้เหรอ?” ดงแฮเอ็ดเข้าให้ เห็นอย่างนั้นลิ้งค์ก็เริ่มหมันไส้เพื่อนหน้าหล่อขึ้นมาตงิดๆ
ไอ้เพื่อนรัก ไอ้เพื่อนผู้แสนจะประเสริฐ...ถ้าฟันสวยๆของลิ้งค์ละเอียดเป็นผุยผงได้ด้วยการบดกันระหว่างฟันบนกับฟันล่าง ป่านนี้เจ้าตัวอาจจะได้กลายเป็นไอ้หลอไปแล้วแน่ๆ
“เออ! จะมาก็รีบมา เดี๋ยวเกิดฉันเปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่รู้ด้วย”
ฮันกยองยิ้มกว้างให้กับดงแฮแล้วก็กระโดดซ้อนท้ายในทันที ไม่นานเสียงสตาร์ทเครื่องก็ดังขึ้นเบาๆตามฉบับเลดี้สกู๊ตเตอร์ ก่อนจะค่อยๆแล่นออกไป โดยภาพที่ดงแฮกับฮันกยองโบกมือลากันที่เธอมองผ่านกระจกมองหลังยังคงติดตา
“สนิทกันมาก แล้วทำไมไม่ให้ดงแฮมันพาเที่ยวเลยล่ะฮะ เดือดร้อนฉันจริงๆ”
“หวงเพื่อน หรือหึงฉันเนี่ย”
“หึงนายเนี่ยนะ!!! แหวะ..หลงตัวเองมากไปป่ะ จะถอดกระจกรถฉันไปซักข้างนึงไว้พกส่องดูหน้าตัวเองฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ”
“ฮึ..”
“หัวเราะอะไร?” พยายามมองคนด้านหลังจากกระจกมองหลัง แต่รายนั้นก็เหมือนจะรู้ตัวหลบหลีกองศาที่มองเห็นได้ทุกทีไป มือหนาแตะเบาๆที่เอวบาง ก็แค่เบาๆแต่ลิ้งค์กลับร้อนวูบไปถึงแก้ม
..โอ๊ย! ไอ้ลิ้งค์ แกเป็นอะไรของแกวะ?..
“ขับเร็วๆหน่อยดิ่ หรือว่าเธออยากอยู่กับฉันนานๆ”
“ไอ้บ้า..ใครเค้าไปพิศวาสนายกันเล่า”
“หรือว่า เธอขับรถไม่แข็ง”
ว่าอะไรก็ว่าไปเถอะ แต่มาว่าว่าลิ้งค์คนนี้ขับรถไม่แข็ง ถ้าทำได้แม่จะฟาดหน้าหล่อๆด้วยโล่ห์แข่งรถเลย คอยดูสิ!
“หือม์ แล้วอย่ามาโวยวาย แต๋วแตกละกัน”
เมื่อเห็นว่าถนนสายเล็กๆสายนี้มีเพียงรถมอเตอร์ไซด์ไม่กี่คันที่ขับผ่าน เพราะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามแนวชายหาดของทะเลตะวันออกที่ชาวบ้านแถวๆนี้ใช้สัญจรไม่ใช่เส้นทางสายหลักที่นักท่องเที่ยวจะขับผ่าน แต่ทว่า..ถนนสายนี้กลับเป็นทำเลดีในการขับรถชมเกลียวคลื่นเชียวล่ะ เพราะถ้ามองจากมุมนี้ก็จะเห็นผืนน้ำสีน้ำเงินเข้มสะท้อนกับดวงจันทร์เป็นประกายทอดตัวยาวน่าดูชมยิ่งนัก
ลิ้งค์บิดคันเร่งจนเกือบสุด ก่อนจะค่อยๆปล่อยมือออกจากแฮนด์ทั้งสองให้ความเร็วที่ตนเร่งไปตอนต้นเป็นแรงผลักดันให้รถเคลื่อน..แต่เจ้าตัวคงลืมไปว่านี่มันเป็นสกู๊ตเตอร์ความเร็วเต่า
“เฮ้ย!! เล่นบ้าอะไรของเธอเนี่ย”
“เฮ้ย!!”
คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว เมื่อท่อนแขนยาวๆโผล่มาจับแฮนด์แทนมือของตน หนำซ้ำเธอยังรู้สึกว่าแผ่นหลังทั้งแผ่นมันแนบสนิทไปกับอกกว้างของชายหนุ่ม
“ปล่อย..ฉันจะขับเอง นายขับเป็นรึงัยน่ะ?”
“ไม่เป็นก็ล้มไปแล้วดิ่”
“ปล่อยเลยนะ”
อยากจะดิ้น ดิ้น ดิ้น แต่ก็กลัวว่ารถจะคว่ำเอาแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากจะเจ็บตัวแล้วก็อาจจะต้องเสียตังค์ แต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะตีมือของคนที่ถือวิสาสะแย่งรถจากเจ้าของไปขับ
แต่สุดท้าย ลิ้งค์ก็ต้องยอมนั่งนิ่งๆเป็นตุ๊กตาหน้ารถอยู่ในท่า ‘พ่อกับลูก’ จนได้
“หนาวเหรอ? ตัวสั่นเชียว” ฮันกยองเกยคางไว้บนไหล่เล็กๆ เหลือบตามองเสี้ยวหน้านิดๆแล้วก็เบนสายตากลับไปจ้องเส้นทางสลัวเพราะแสงไฟข้างทางที่ไม่สว่างเท่าไหร่
“หนาวบ้าอะไร” ตอบอ้อมแอ้มในลำคอ และนั่นฮันกยองก็ยิ่งได้ใจ ซุกหน้าเข้าไปใกล้อีก
“โอ๊ย จั๊กจี้!” กระแทกไหล่กระทบคางมนๆเข้าให้ กลบเกลื่อนเพราะจริงๆก็สั่นอย่างที่นายนี่บอกนั่นแหละ
มือหนาผ่อนแรงคันเร่งลง ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มทุ้มจะดังขึ้นข้างๆหู
“ไม่อยากรู้จริงๆน่ะเหรอ? ว่าทำไมฉันถึงช่วยพวกเธอเสิร์ฟที่ร้านทั้งวัน”
“ดงแฮมั้ง” ตอบส่งๆ..คิดว่าอยากรู้นักรึงัย..
“เกี่ยวอะไรกับดงแฮ”
“ก็ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ เห็นคุยกันมันส์หยดติ๋งนิ่”
“แล้วทำไมไม่คิดว่าเป็นเพราะเธอบ้างล่ะ?”
“หึ..ฉันไม่ใช่คนที่ชอบคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ อีกอย่างฉันก็รู้ว่าตัวฉันน่ะเป็นยังงัย ไม่ได้น่ารักจิ้มลิ้มเหมือนดงแฮซะหน่อย ใครเค้าจะมาสนใจล่ะ”
“เหรอ?” ถามกลับเครือหัวเราะ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ ไอ้ที่หัวเราะแบบนี้ เค้าเรียกว่าหัวเราะเยาะเย้ยกันชัดๆ “ทำไมคนหน้าตาดีถึงต้องมีแต่คนสนใจนะ?”
“ก็เพราะว่าเค้าหน้าตาดีงัยล่ะ”
“ไม่เห็นเกี่ยว”
“นี่นาย! จะยั่วโมโหกันไปถึงไหนนะ” หันคอแกร่กแต่ก็ต้องชะงักแล้วก็หันกลับมาทางเดิมเพราะระยะห่างที่มันใกล้กันมากเกินไปน่ะสิ ถ้าขืนหันไปจนสุดฮันกยองต้องเสียแก้มหอมๆให้ลิ้งค์เป็นแน่
แต่ไอ้คนที่เกือบจะโดนขโมยหอมเนี่ยสิ กลับยิ้มกริ่ม
“ถ้าฉันจะบอกว่ามันเป็นเพราะเธอล่ะ?”
“หา?”
กึก!
อยู่ๆฮันกยองก็หยุดรถซะงั้นน่ะ แถมมือที่เกาะอยู่กับแฮนด์ยังเปลี่ยนมาเกาะอยู่ที่เอวบางๆของคนตัวเล็ก เจ้าของเอวสะดุ้งสุดตัว แล้วสัญชาตญาณความเป็นหญิงไทยก็ผุดจนเต็มหัว มือไม้ทั้งปัดทั้งตีวุ่นวายไปหมด
“โอ๊ย! ทำไมต้องศอกด้วยเล่า” ชายหนุ่มปล่อยมือทันทีที่ถูกศอกแหลมๆกระทุ้งเข้าให้ไปที
ลิ้งค์ถึงกับไปต่อไม่ถูก จะวิ่งหนีก็ไม่ได้เพราะรถที่นั่งอยู่นี่ก็เป็นของเธอเอง หรือจะหันไปด่าไอ้คนมือไวใจเร็วน่ะเหรอ? มัน...สมควรทำรึเปล่าล่ะ
“เขินอ่ะดิ่?”
“.......” อ้าปากเตรียมเทศน์ให้อีกบทใหญ่ แต่ทว่าก็ต้องหุบปากพอเจอเข้ากับรอยยิ้มของคนหล่อๆ แล้วก็รีบหันหน้าหนีโดยเร็วเพราะเริ่มรู้สึกว่าแก้มมันอุ่นๆ
ป่านนี้มันคงจะแดงเถือกอวดไอ้หนุ่มจีนคนนี้ไปแล้วแน่ๆ!!
ฮันกยองกระเถิบให้ที่นั่งกับคนตรงหน้า แต่บนใบหน้าก็ยังวาดรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“อ้ะ..เห็นบ่นว่าฉันแย่งขับนานแล้ว”
หญิงสาวคว้าหมับเข้าที่แฮนด์สกู๊ตเตอร์ เนื้อตัวสั่นสะท้านไปหมดทั้งที่ลมก็ไม่ได้หนาวมาก เธอเกือบจะลืมไปแล้วว่าการขับรถมันทำกันยังงัย แต่ก็พยายามถูๆไถๆไปได้จนถึงซูเปอร์มาเก็ตจนได้
...ไม่จริงหรอก...
คำๆนี้โผล่เข้ามาในหัวสมองส่วนซีรีบรัมเป็นรอบที่ร้อยแปดของวันแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเวลาเกือบครึ่งวันรึยังที่เธอยังแหมะอยู่กับเค้าน์เตอร์ไม่ไปไหน เสียงดงแฮก็ดังบ้างเบาบ้างอยู่ข้างหู แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจจะตั้งใจฟังหรือทำตามที่ใครคนนั้นสั่งเลย กระทั่งดงแฮคงจะหมดความอดทนแล้วนั่นแหละ ลิ้งค์ก็เลยได้รับความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่บนหัว
“เหม่ออะไรได้ทั้งวันวะ ฉันเหนื่อยจนจะแย่อยู่แล้วนะ!”
มือบางลูบป้อยๆ หน้าผากยับยู่ยี่เพราะความเจ็บที่เพื่อนหวังดีนำมามอบให้
“วันนี้นายฮันนั่นไม่มาช่วยรึงัย”
“คิดถึงเค้าอ่าดิ?” มือไม้สาละวนไปกับเครื่องชงกาแฟ แต่ปากก็ยังไม่วายกัดจิกเพื่อนตัวเล็กเข้าให้เต็มๆ
“บ้าดิ่”
“หึ....” เรียวหน้าสวยเงยขึ้นเพื่อจ้องมองลิ้งค์เต็มๆสายตา “หลงรักเค้าแล้วยังไม่รู้ตัว นี่..ที่เหม่อเนี่ย เรื่องพี่ฮันใช่ม้ะ?”
“จะบ้าเหรอ?”
ดงแฮมองไอ้คนปากแข็งที่ตอนนี้มือไม้ม้วนแข่งกะเถาวัลย์ แก้มนี่ก็แดงแปร๊ดแล้วก็ส่ายหัวระอา แต่ก่อนที่จะได้ต้อนเพื่อนให้จนมุมเสียงกรุ๊งกริ๊งหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“อ้าว พี่ฮัน”
ขวับ!
ลิ้งค์ก็คงคิดอยากจะตบหัวตัวเองแรงๆซักหนึ่งที แต่ก็คงจะไม่ทันแล้วล่ะ ก็ดันหันขวับไปมองผู้มาใหม่ไปซะเรียบร้อยแล้ว อยากจะยิ้มทักเหมือนที่ดงแฮทำ แต่เอาเข้าจริงๆปากก็โดนเหน็บกิน ยิ้มไม่ออก
ฮันกยองยังคงคอนเซ็ปหนุ่มมีน้ำใจช่วยเสิร์ฟทั้งวันเหมือนเคย แต่แทนที่ลิ้งค์จะดีใจที่มีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ เธอกลับหน้ามุ่ยหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม เพราะชายหนุ่มร่างสูงนั่น นอกจากจะหัวร่อต่อกระซิกแต่กับดงแฮโดยที่ไม่มีเธออยู่ในสายตาแล้ว เขาก็ยังฮอตฮิตในหมู่สาวๆที่โคจรกลับมาที่ร้านอีกครั้งเพราะติดใจเด็กเสิร์ฟเชื้อสายจีนคนนี้อีกด้วย
..แล้วที่บอกกับเราเมื่อวาน ก็แค่อยากปั่นหัวกันใช่มั๊ย ไอ้คนบ้า?...
คราวนี้ต่อให้ดงแฮตะโกนเสียงแปดหลอดจนลูกกระเดือกคลอน หรือจะแหกปากจนแก้วร้าว ลิ้งค์ก็ไม่แคร์แล้วล่ะ ยังงัยก็จะหนีกลับบ้านก่อนให้ได้ล่ะ วันนี้!
ร่างบางบึ่งรถจนเสียงแหลมๆของเพื่อนหนุ่มหายไปกับสายลม ไม่นานสกู๊ตเตอร์คู่ใจก็มาจอดเทียบฟุตบาทริมทะเล มองดูผืนทะเลกว้างสีครามที่สะท้อนวิบวับกับแสงอาทิตย์อัสดงสีทองแต่กลับไม่ได้รู้สึกว่ามันสวยอย่างทุกวัน
เป็นเพราะอะไรกัน?
อ้ะ!
หัวใจดวงน้อยๆมันหล่นไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม ตอนที่โดนมือปริศนาปิดปากแน่น พร้อมกับที่มืออีกข้างก็ตามมาล็อกตัวเอาไว้และลากออกไป ..ไปไหนก็ไม่รู้
เธอทั้งดิ้นจนสุดกำลัง ทั้งพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกไปนอกจากเสียงอู้อี้ภายในลำคอ..
กลัว
มีเพียงคำนี้คำเดียวที่จะสามารถอธิบายทุกๆความรู้สึกของลิ้งค์ได้
แต่ก่อนที่เรี่ยวแรงสุดท้ายจะมลายหายไป กลับมีเสียงหัวเราะดังแผ่วๆที่ทำให้เธอฮึดขึ้นมาได้...เสียงหัวเราะ.......เสียงหัวเราะนั้น
เสียงหัวเราะของฮันกยอง!
“ฮะๆ ฮะๆ ฮ่าๆ!!”
หญิงสาวถึงกับฟื้นคืนชีวิตพอนึกไปถึงหน้าตากวนๆของไอ้คนจีนนั่น มือบางทุบเข้าให้หนักๆบนอกแกร่งทันทีที่เป็นอิสระ
“สนุกนักรึงัย ได้แกล้งฉันน่ะ ห้ะ!!”
“อื้อ สนุกชะมัด” ร่างสูงยืนหัวเราะจนตัวงอ ปล่อยให้ร่างเล็กยืนจ้องตาเป็นมันอยู่ตรงหน้า คนตัวเล็กก็ปล่อยให้คนตัวโตหัวเราะโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน
ฮันกยองหยุดหัวเราะ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาสนใจลิ้งค์ที่ไม่ได้โวยวายอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ยืนเฉยเหมือนกัน เธอกำลังอยู่ในท่าเท้าเอวเอาเรื่อง
“มายืนในที่มืดๆแบบนี้ ไม่กลัวโดนฉุดรึงัย?”
“พวกนั้นน่ะ มันฉุดแต่คนหน้าตาดีๆ อย่างฉันน่ะ ใครเค้าจะกล้ามาฉุด”
ฮันกยองหัวเราะร่วนกับคำตอบนั้น ก่อนจะตอบกลับมา “ฉันงัย”
“เลิกล้อเล่นซักทีเหอะน่า”
“ไม่ได้ล้อเล่น พูดจริง”
“โอ๊ยยยย!! บอกให้เลิกงัยเล่า!”
“ก็พูดจริง” ฮันกยองบอกหนักแน่น แต่ลิ้งค์เนี่ยสิ ลมออกหูแล้ว
“ถ้าพูดจริง แล้วทำไมนายถึงสนใจแต่ดงแฮล่ะ แล้วยังจะไปหว่านเสน่ห์ให้พวกผู้หญิงพวกนั้นอีก เลิกมาล้อเล่นกับฉันซักที ฉันไม่ชอบนะ!”
“หึงฉันอ่ะดิ่” แต่ดูท่าอีกคนจะยังไม่ยอมล้อเล่นง่ายๆนะ
“ไม่ได้หึง ฉันจะไปหึงนายทำไม ไม่ได้เป็นอะไรกันหนิ่”
“งั้นก็เป็นแฟนกัน”
“ห้ะ?” อยู่ๆมือบางก็ถูกรวบด้วยมือหนา และเอาไปกุมไว้
“เป็นแฟนกันงัย เธอจะได้หึงฉันได้ โอเคนะ”
“นี่ ตกลงจะไม่เลิกเล่นใช่ม้ะ?”
“ก็บอกว่าไม่ได้เล่น” ลูกกะตากลมๆกะหน้าหล่อๆมันมีคุณสมบัติทำให้ลิ้งค์หวั่นไหวได้โดยง่าย ได้แต่ก้มหน้างุดทำอะไรไม่ถูก
“พูดจริงด้วย..ก็ฉันชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้วนี่นา จะมาหาว่าฉันล้อเล่นได้งัย”
“ไม่เคยมีใครเป็นห่วงฉัน ขนาดที่ว่าวิ่งไปช่วยเพราะคิดว่าฉันจะฆ่าตัวตาย ไม่เคยมีใครทำอะไรเก้ๆกังๆเวลาที่ฉันแอบมอง ไม่เคยมีใครสั่นไปทั้งตัวเวลาที่โดยแขนฉันโอบ ไม่เคยมี....”
“พอแล้ว!!!!”
“พูดจริง”
“รู้แล้ว”
“ไม่เชื่อเหรอ?”
“........” หันหน้าหนี อายอ่ะ..อายจนจะมุดทรายหนีแล้ว อีกคนก็ได้ใจ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ให้ใจกระตุกเล่น
“งืมๆ เชื่อก็ได้...~”
“แล้ว...ตกลงรึเปล่า?”
“เรื่องรัย?”
“เป็นแฟนกัน”
ว้า..เสียงคลื่นดันดังกลบซะก่อน ไม่งั้น..อาจจะได้ฟังคำตอบดีๆก็ได้นะ
มีคนบอกไว้ว่า
คนหน้าตาดี มีแต่คนคอยรัก
ในทางกลับกัน
คนหน้าตาไม่ดี มีแต่รอคนมารัก.........
เลือกเอา
ว่าจะรักใครสักคนแค่เพียงภาพภายนอกที่เห็น หรือจะใช้เวลามองลึกลงไปถึงหัวใจของเขา...
The end
