series//Valentine's coffee

posted on 12 Feb 2008 22:45 by katere-room  in love-series

//กด F5 : เปลี่ยนธีมอีกแล้ว 

 

Valentine’s coffee : DongHae

 

 

กว่าจะรู้ว่าตัวเองสำคัญกับคนๆนึงมากแค่ไหน
ก็ต่อเมื่อ ‘ที่ของเรา’ มีคนอื่นมาแย่งไปแล้ว

และเมื่อนั้น คำว่า ‘หมาหัวเน่า’ ก็จะเข้ามาตีสนิทกับคุณ
เหมือนที่เซลล์แมนชอบมาตีสนิทกับแม่บ้านปากเม้าส์ไม่มีผิดเพี้ยน


เชื่อกาเท่เร่สิ คุณเอ๋ย!

 


“บ้าเอ๊ย!”

ลิ้งค์มองหน้าเพื่อนหนุ่มนามว่า ลีทงเฮ ในมุมที่นานๆทีเธอจะได้มีโอกาสมองซักที ยืนอยู่บนเก้าอี้แล้วเท้าเอวมองไอ้บ้าลีทงเฮมันโวยวายไม่เป็นภาษาอยู่กับพื้นแล้วมันสะใจจนเนื้อตัวสั่นริกอย่างนี้นี่เอง

“ฉันบอกแกตอนไหนว่าจะไม่ช่วย ห๊า?”

“จำไม่ได้ ตอนนายพูด ฉันไม่ได้แหงนคอมองนาฬิกาซะด้วยสิ” คนตัวเล็กบนที่สูงกว่าเม้มปากเข้าหากันแล้วผงกหัวช้าๆ เป็นเชิงว่า ‘ฉันชนะแกแล้ว ไอ้ปลาทะเลเพื่อนรัก’

“แกจะพาใครเข้าบ้านไม่ได้นะ ถ้าฉันไม่อนุญาต!”

“อย่างงี้เค้าเรียกว่า เพื่อนอิจฉา นี่หว่า...ก่อนหน้านี้ไม่เห็นพูดงี้เลย มีแต่ เรื่องของแก ฉันไม่ยุ่งด้วยหรอก โอ๊ย! แค่นี้งานฉันก็ท่วมหัวจนจะหายใจไม่ออกแล้ว อย่ามาเซ้าซี่น่า!” มือเล็กๆกวาดมวลก๊าซในอากาศจนคลุ้งเพื่อล้อเลียนทั้งท่าทางและน้ำเสียงของไอ้ปลาบูดที่ยืนหน้าหงิกเป็นปลากะโฮ่โดนปล่อยอยู่ข้างล่าง ลิ้งค์เชิดหน้าขึ้นนิดๆ พ่นลมออกทางโพรงจมูกเล็กๆ แล้วหรุบตามองลอดแว่น

“แล้วตอนนี้จะมาขอร้องกันน่ะเหรอ? ให้ฉันว่ายน้ำกลับประเทศไทย มันก็ยังน่าทำกว่าการมาทำตามคำขอของแกโข!”

“ไอ้ลิ้งค์ ฉันจะขอเตือนแกเป็นครั้งสุดท้ายเลยนะ...”

“ให้มันจริง”

“ถ้า-ไอ้-ติว-เตอร์-นั่น-เป็น-หัว-ขโมย-ขึ้น-มา ฉันจะไม่สนแกเลย ไม่เชื่อก็ลองดู!!”

ลีทงเฮขู่ก้องชัดถ้อยชัดคำ แต่ทว่าปฏิกิริยาตอบกลับของหญิงสาวตัวกะจ้อยก็ไม่ได้มีไปมากกว่าการยืนทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ลิ้งค์กระโดดตุ่บเอาส้นลงพื้นจนเสียการทรงตัวนิดหน่อย ก่อนจะกลับมาสร้างสมดุลให้ร่างกายตัวเองแล้วยืดคอใส่ ทำตาท้าท้าย

“ให้-มัน-จริง!!!!”

ก็เพราะเธอรู้น่ะสิ ว่าสันดารจอมแส่ของไอ้เพื่อนรักคนนี้มันขูดไม่ออก แก้ไม่หาย ล้างก็ไม่เกลี้ยง ใช้ทินเนอร์มาสาดก็เห็นจะไม่ถลอก คนตัวเล็กทำหน้าเหมือนได้ชัยชนะสองสมัยซ้อนแล้วกระแทกเท้าปัดก้นตรงไปยังประตูบ้านทันที

 

 


อุตส่าห์โทรศัพท์ทางไกลหาคุณพ่อคุณแม่ถึงประเทศไทยเพื่อขอตังค์เพิ่มเอามาจ้างครูสอนภาษา กว่าจะอธิบายกันให้ได้รู้เรื่องรู้ความว่าลูกสาวแสนดีคนนี้ไม่ได้คิดเอาเงินไปผลาญกับน้ำเมาหรือแสงสีชวนมึนหัวก็หมดค่าโทรศัพท์ไปเกือบร้อย พลอยให้ค่าขนมรายเดือนถูกบั่นทอนไปด้วย แล้วอย่างงี้จะให้ลิ้งค์ล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปรับเอาตัวติวเตอร์ที่ชำระค่าจ้างล่วงหน้าถึง 3 เดือน แล้วมานั่งเป็นหมาหงอให้ทงเฮมันโขกสับน่ะเหรอ?

ไม่มีทาง

ต่อให้ถนนกว้างแค่ไหน ลิ้งค์ก็จะเอาดินมาถม!!!

 

 

 

“ตกลงว่าต้องทำใหม่”

“ใช่ ก็ดูงานของคุณเข้าสิ คุณจองแบโร ที่พิมพ์ถูกก็แทบจะนับคำได้ ย่อหน้าก็มั่วซั่วเละเทะเหมือนเด็กประถม แล้วยังจะไอ้รูปประกอบสักแต่ทำของคุณอีก แล้วอย่างงี้จะให้ผมเก็บเอางานของคุณไว้ แล้วให้ศาสตราจารย์ท่านอื่นหัวเราะเยาะผมเอาน่ะเหรอ? นักศึกษาปริญญาโทอย่างคุณมีปัญญาทำได้แค่นี้น่ะเหรอ?!!”

“เข้าใจแล้วลุง จะพูดให้มันเปลืองพลังงานเอทีพีทำอะไรเนี่ย พูดมากเหนื่อยนะลุง เดี๋ยวเตะปี๊บไม่ดังหรอก แล้วเมื่อไหร่ลุงจะเลิกเรียกหนูว่าคุณเนี่ย อยู่กันแค่สองคน” คนพูดส่ายหัวหน่วงๆแล้วหอบเอารายงานกองโตมาไว้ในอ้อมกอด ฉีกยิ้มมีเขี้ยวให้พี่ชายของพ่อบังเกิดเกล้า ศีรษะเกือบล้านปกคลุมด้วยผมสีดอกเลาเบาบาง นั่งยืดหลังตรงในชุดสูทภูมิฐาน ชายอาวุโสยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น เจ้าหลานตัวดีโดนเขกมะเหงกผ่านอากาศทีนึงแล้วถึงได้ย่างเยื้องออกมาจากห้องพักที่กั้นด้วยกระจกใส

หญิงสาวใบหน้ากระจ่างใสแม้จะเพิ่งโดนสั่งแก้งานฟ้าผ่าทำหน้าเหลอหลาพอสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทของหญิงสาวตัวเล็กอีกคนที่ยืนทำหน้าล่อกแล่กๆ

“มาหาใครเหรอ?”

คนที่มีส่วนสูงน้อยกว่าเธอซัก 2 เซนต์ ไม่สิ 5 เซนต์ อ่า..ดูจากไซต์เสื้อสเวตเตอร์ตัวแคบที่เธอสวมอยู่กับปลายกางเกงยีนส์ที่ท่าทางจะทะเลาะวิวาทกับพื้นมาเป็นแรมปี เธอต้องตัวเล็กกว่าเธอซัก 8 เซนต์เห็นจะได้

แล้วมันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องมาวิจารณ์คนอื่นในใจทั้งที่ประจันหน้ากันอย่างนี้ด้วยเล่า!!

สงสัยต้องอ้อนให้แม่บ้านต้มหนังสือมารยาทหญิงเกาหลีให้ซดซักถ้วยสองถ้วย

พอเพิ่งจะนึกได้ว่าคิดในใจเรื่อยเปื่อยเหมือนนางเอกการ์ตูนญี่ปุ่นมากไป แบโรก็ยิ้มแหยส่งให้แก้เก้อ “ว่าแต่มาหาใครล่ะ”

“ฉันคิดว่า คนนั้นน่าจะเป็นคุณ”

“อ่า....ฉัน..ฉันเหรอ?!!”

“ทำไมต้องตกใจด้วยล่ะ ฉันก็แค่มาหาติวเตอร์ที่นัดไว้ก็เท่านั้นเอง” ลิ้งค์ตอบเสียงใส เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าประโยคที่เพิ่งจะพูดออกไปมันดูกันเองเกินกว่าเหตุจนต้องรีบงับปากเข้าหากันตามเดิม และกลายเป็นว่าคนที่คิดจะอ้าปากกลับเป็นคนตัวสูง

“อ๋อ คุณลินน์ลิษา!!”

“ใช่ๆ จำได้ใช่มั๊ย?”

แบโรย่นคิ้วเข้าหากันจนลิ้งค์แปลกใจ “ว่าแต่ วันนี้เริ่มงานแล้วเหรอเนี่ย?”

“ก็ใช่น่ะสิ”

 

 

 

ลิ้งค์รู้สึกว่าพวกเธอทั้งสองสนิทกันเร็วมากจนผิดปกติมนุษมนา เพียงไม่นานลิ้งค์กับแบโรก็ดูจะเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย บ่ายวันนั้นเธอพาติวเตอร์คนใหม่ไปทานข้าวเที่ยงที่ร้านประจำ แล้วก็วนร้านหนังสือจนได้ตำราติดไม้ติดมือมาเล่มสองเล่ม กว่าจะกลับถึงบ้าน เข็มสั้นก็วิ่งเข้าชนเลข 8 จนร้องโอ๊ยบอกเวลาว่า 2 ทุ่ม

“ให้มันได้อย่างงี้เซ่ คุณครูพาลูกศิษย์เถลไถลตั้งแต่วันแรก!”

ลิ้งค์ร่นปากไปกองตรงมุมพร้อมกับหรี่ตาเล็กตาน้อย ยังไม่ทันจะได้เห็นหน้าให้ชื่นม้าม เสียงบ่นระบมกกหูก็ดังลั่นมาแต่ไกล ..ให้ตายเซ่!!

จองแบโรพองแก้ม และลิ้งค์ก็รู้ความหมายอวัจนภาษาอันนั้นเป็นอย่างดีเลยรีบอธิบายจนลิ้นแทบจะผูกเป็นโบว์ “ไอ้ทงเฮ เพื่อนปากมอมน่ะ วันไหนมันไม่ได้กัดมันจะนอนเกาปากทั้งคืน”

“อ้อ ฉันคิดว่าเป็นแฟนของเธอซะอีก”

เอาสิ นี่ขนาดดักคอขนาดนี้แล้วก็ยังจะหลุดประโยคกระดากหูให้ได้ยินจนขนแขนลุกพรึ่บจนได้ ลิ้งค์แสยะยิ้มแล้วก็ห้อยถุงพลาสติกโลโก้ร้านหนังสือนำเข้าบ้านไปก่อน


ทงเฮที่ง่วนอยู่กับการตวงเมล็ดกาแฟลงขวดแก้วเหล่ตามองตั้งแต่สองร่างหลุดเข้ามาในบ้าน ยันไปแปะก้นลงนั่งกับโซฟาสีครีมกลางห้อง ลิ้งค์อดที่จะลองนึกเล่นๆดูไม่ได้ ว่าถ้าหากลูกกะตากลมๆของลีทงเฮหลุดออกมาจากรูหูมันจะเป็นยังงัย?

ซึ่งเธอก็ได้คำตอบว่า มันเป็นไปไม่ได้

จองแบโรเงยหน้ามองนู่นมองนี่จนเริ่มปวดต้นคอเพิ่งนึกเกรงใจไม่อยากใช้ยานวดคลายเส้นบ้านคนอื่นแล้วถึงได้หันมาหาลิ้งค์ที่นั่งค้นเอาตำรับตำราออกมาจากถุงชุลมุนชุลเก

“หิวอะไรมั๊ย?”

“ยังเต็มท้องอยู่เลย ไว้ซักครู่ค่อยขอกาแฟนะ” คุณครูวัยไล่เลี่ยกันหยิบหนังสือใหม่เอี่ยมพลิกดูไปมาอย่างสนใจ “ลิ้งค์ไม่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเหรอ? จะได้เริ่มเรียนกัน”

“อ้อ ลืมไปเลย งั้นรอฉันแป๊บนึงนะ” หญิงสาวเจ้าของบ้านรีบลุกขึ้น เธอเหลือบไปเห็นผู้ชายคนเดียวในห้องที่ยังทำหน้าเหมือนกบรอตวัดลิ้นหม่ำแมลงแล้วถึงนึกขึ้นมาได้ “แบโร ระวังโดนเขมือบนะ”

“หืมม์?” คนถูกเตือนทำหน้าม่อล่อกม่อแลกมองตามคนตัวเล็กที่ผิวปากเดินขึ้นบันไดไป องศาที่ใกล้เคียงกันระหว่างบันไดไม้สีขาวกับประตูห้องครัวทำให้เธอเผลอไปสบตาเข้ากับเจ้าของบ้านอีกคน

“ฉันไม่เขมือบเธอหรอก ถ้าเธอทำตัวดีๆ”

“สนิทกันเหรอ? ใช้สรรพนามฉันเธอเรียกกันอย่างงั้นน่ะ” หญิงสาวตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมชะตาของเธอมันถึงได้เบนออกจากผู้ชายคนนี้ชนิดที่เรียกว่าเบี้ยวได้ขนาดนั้น รู้แค่ว่า.. วินาทีที่ประสานสายตาเข้ากับม่านตาสีสนิมคู่นั้น แบโรก็ไม่คิดอยากจะมองให้ลึกลงไปอีกเลย เธอเสหน้าทำเป็นสนใจหนังสือในมือต่อไป

หัวของทงเฮเหมือนมีควันร้อนฉ่าพุ่งออกมา ร่างสูงสาวเท้าเร็วๆจนเหมือนเหาะมานั่งแหมบอยู่บนโซฟาตัวตรงข้าม เขาจ้องทุกอิริยาบถของแม่ติวเตอร์สาวไม่วางตา จ้องจนถ้าแบโรเป็นปลากัด รับรองว่าลีทงเฮจะต้องขึ้นกินเนสบุ๊คเพราะมีลูกแฝดครบสองโหลแหงแก๋!!


ก็สวยดีหนิ่
หุ่นก็ใช้ได้หนิ่
ผิวพรรณก็โอเคหนิ่

เสียดาย ที่ปากดันจัดจ้าน!!


“คุณติวเตอร์”

“จำได้ว่าฉันไม่เคยรับเงินเดือนจากคุณ ดังนั้น..ติวเตอร์ คำนี้ลิ้งค์เรียกได้คนเดียว” แบโรวางสมุดจนสันมันกระแทกโต๊ะดังปึก เธอยืดคอจนสุดเพื่อจ้องไอ้ผู้ชายหน้าหวานกลับบ้าง

ก็หล่อดีหนิ่
หุ่นก็ใช้ได้หนิ่
ผิวพรรณก็โอเคหนิ่

เสียดาย...

“ถ้างั้นคุณชื่ออะไรล่ะ” ทงเฮประเมินสายตาของฝ่ายตรงข้ามแล้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าหล่อนกำลังนึกชมเขาอยู่ในใจ แต่ไว้ใจไม่ได้หรอก เธออาจจะปิดท้ายด้วยคำตำหนิแสนสาหัสก็ได้..อย่างที่เค้าเพิ่งทำไปหมาดๆ นั่นเป็นผลสะท้อนกลับที่ทงเฮนึกกลัวที่สุด!

“แบโร เสร็จแล้วล่ะ อ่าว..ไอ้ทงเฮ มาหาเรื่องอะไรติวเตอร์ฉันวะ” ลิ้งค์ลงบันไดด้วยท่ากระโดด 2 ขั้นก่อนจะมาเบรกกึกแล้วเท้าเอวหาเรื่องเพื่อน


แบโรงั้นเหรอ?
ทงเฮงั้นซิ?


“ไปเลย มีอะไรก็ไปทำเลยไป ไหนบอกจะไม่ยุ่งงัย” ลิ้งค์ย้อนด้วยคำพูดของทงเฮ จนชายหนุ่มต้องกลั้นอารมณ์โกรธสุดขีดไว้ในพุง

ทงเฮกระแทกส้นเข้าครัวไปจัดแจงกับภารกิจเจ้าของร้านกาแฟต่อ ไม่ลืมที่จะค้อนเพื่อนทางสายตา ซึ่งลิ้งค์ก็เขวี้ยงไขควงกลับได้ทันควัน!

“เพื่อนลิ้งค์นี่ ท่าทางจะแสบเอาการอยู่เหมือนกันนะ”

“นี่มันหาเรื่องเธอเหรอเนี่ย?”

แบโรส่ายหัวยิ้มๆ ไม่อยากจะบอกเลยจริงๆ ว่าตาทงเฮไม่ได้หาเรื่องเธอเลยซักนิด เป็นเธอนั่นแหละที่หาเรื่องใส่ทงเฮไปหลายดอก

 

 


หลอดนีออนกลางห้องนั่งเล่นถูกดับลงเหลือแค่โคมไฟสีเหลืองนวลที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเล็กหน้าทีวีจอยักษ์ กับแสงสีฟ้าจากจอแอลซีดีที่มีเงายาวนั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เสียงขีดเขียนดินสอลงกับกระดาษดังเบาๆเป็นเพื่อนแอร์คอนดิชันเนอร์ที่ทำหน้าที่อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

“ง่วงก็บอกนะ”

ลิ้งค์ละมือที่กำลังตั้งใจทำแบบฝึกหัดอย่างขมักเขม้นเงยหน้ามองแสงไฟสลัวที่ทอดเป็นเงาลงบนรูปหน้าเรียวแล้วก็ต้องย่นคิ้ว “แบโรนั่นแหละ ไหวรึเปล่า สัพหงกแล้ว” โชคดีที่ลิ้งค์เป็นพวกความรู้สึกไวเลยยื่นมือไปรองหัวของติวเตอร์ขี้เซาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะประเคนโต๊ะ

คนหัวกระเซิงรีบยกหน้าขึ้นทำตาปรือใส่ลูกศิษย์ เธอใช้ฝ่ามือรองหน้าผากพยายามนวดมันให้ผ่อนคลาย

“เอากาแฟมั๊ย? ทงเฮชงกาแฟอร่อยนะ”

“บอกว่าไม่ยุ่งงัยเล่า” เสียงแหบทุ้มดังมาจากมุมมืดปฏิเสธก่อนจะได้รับคำขอจนลิ้งค์หน้ามุ่ย

“ยุ่งนิดนึงเด่ะ”

“ไม่เอาเว้ย เรื่องของใครก็ของมัน”

“แกก็รู้นี่ ฉันชงกาแฟหมาไม่แด๊กขนาดไหน โด่..ช่วยกันนิดนึงก็ไม่ได้”

“ไม่เป็นไร เค้าไม่อยากช่วยก็เรื่องของเค้า” แบโรสบัดหัว พลางแตะไหล่คนตัวเล็กกว่า แต่ไม่วายจะกัดจิดเจ็บๆแสบๆ “สงสัยกลัวว่าจะชงกาแฟไม่ถูกปากฉันน่ะ บางทีฝีมือของทงเฮอาจจะไม่คงที่ก็ได้”

ร่างสูงฮึดฮัด ลุกพรวดพราดจนเก้าอี้หนังหมุน 1 ตลบ ก่อนจะมาหยุดฝีเท้าอยู่ข้างๆหญิงสาวที่นั่งเอามือรองคางทอดสายตามองเขาอย่างท้าทาย “เอาแบบไหน?”

“เอสเปรสโซ คอน พันนา”

ไม่ใช่แค่หน้าตาที่ท้าทายจนน่าหมันไส้ น้ำเสียงก็ดูเยาะเย้ยได้อย่างน่าโมโห ลีทงเฮผงกหัวหงึกหงักเปิดศึก ‘ลองดี’ ของติวเตอร์หน้าก่อกวน แล้วก็ลากเท้าเข้าห้องครัวไป

 


กาแฟถ้วยแรกถูกเสิร์ฟในถ้วยกระเบื้องสีคาราเมล ไออุ่นกรุ่นลอยแตะจมูกจนต้องทำเสียงฟุดฟิด แบโรย่นจมูกทำหน้าเบ้ ทั้งที่ความจริงอยากจะหลับตาหายใจเข้าแล้วกักเก็บกลิ่นหอมหวานให้เต็มถุงลมซะมากกว่า เธอเสตามองผู้ชายที่ยืนค้ำหัวเธอ ปะทะคารมผ่านมวลอากาศก่อนจะยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก

หอม.......ความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้ แบโรไม่อยากรู้ว่าความรู้สึกต่อไปจะเป็นยังงัย เพราะกลัวว่าถ้าเผลอใจไปดอมดมกลิ่นหอมละมุนของกาแฟแล้วแผนการกลั่นแกล้งลีทงเฮจะล่มสลาย เธอตัดสินใจกลั้นหายใจแล้วซดเข้าไปอึกใหญ่

นุ่ม......................................


แหวะ!!


เสียงนั้นทำเอาลิ้งค์เกือบหยุดหายใจ

“เลี่ยนชะมัดเลย”

“ก็จะไม่ให้เลี่ยนได้งัยล่ะ ก็ที่เธอ..เอ่อ...คุณสั่งมันเป็นสูตรหวานเข้มข้น แถมผสมวิปครีมเข้าไปอีก อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลย”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ อันที่จริง คุณก็ออกจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟไม่ใช่เหรอ? ดึกๆแบบเนี้ย  มันเหมาะกับกาแฟรสหวานที่ไหนกันล่ะ” แบโรเถียงกลับไม่ยี่หระ หล่อนกระแทกก้นถ้วยกระเบื้องเสียงดัง ก่อนจะออกคำสั่ง “งั้นเปลี่ยน เอาเป็น ริสเทรสโต”

ทงเฮส่งเสียงหึในลำคออย่างสุดจะทน แต่มันก็แค่ถ้วยที่สอง เอาวะ..ยัยบ้านี่คงไม่บ้าดื่มกาแฟเป็นสิบถ้วยในคืนเดียวหรอกมั้ง


.

.

.

 

“ขม!!”

“นี่ชงกาแฟหรือเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ฉันกันแน่เนี่ยหา?!!”

“น้ำล้างจานหรือคะ คุณบาริสต้ามากความสามารถ!!”

 

“จองแบโร!!”

“ไม่ได้เป็นครูน่ะ ห้ามเรียกชื่อฉันเต็มยศอย่างนั้นนะ!!” หล่อนตวาดแหวกลับ ทงเฮที่มักจะไม่ยอมยกธงขาวให้ใครง่ายๆอยู่แล้ว วันนี้เขากลับแพ้ราบคาบ คนตัวสูงกวาดสายตามองซากถ้วยกาแฟนับสิบบนโต๊ะแล้วก็พ่นลมหายใจดังพรวด

“โอเค ผมยอมแพ้”

“ทงเฮ!!” ลิ้งค์ก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองเหมือนกัน เจ้าตัวลงทุนแหย่นิ้วก้อยลงไปควานในรูหูเพื่อหาสิ่งปฏิกูลที่อาจจะแฝงตัวเป็นเกราะกำบังให้เธอได้ยินอะไรผิดๆ แต่กลับไม่มี หูของลิ้งค์สะอาดเอี่ยมอ่อง

ส่วนแบโรนั่งทำปากจู๋ ตาใสปิ๊งอยู่ที่เดิม “ขอบคุณนะ แล้วก็เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นซักที”

“แบบไหน?”

“เก็บถ้วยกาแฟพวกนี้ด้วย ได้เวลาสอนลูกศิษย์ต่อแล้วค่า!”


ให้ตาย เกิดมาทงเฮยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหน อภิมหาอมตะมึนได้ขนาดนี้!

ชายหนุ่มจำใจต้องก้งโค้งตัวขึ้นๆลงๆหลายรอบเพื่อสะสางซากกระเบื้องตรงหน้า ลิ้งค์มองภาพนั้นแล้วก็อดยิ้มสะใจขึ้นมานิดๆไม่ได้ พรุ่งนี้หิมะต้องตกพร้อมแดดส่องแน่ๆเลยพระเจ้า


ก็เทพเจ้าจอมบ่นดันมาเจอเข้ากับเทพธิดาจอมกัดเข้าไปเต็มๆ

 

 


ลิ้งค์หลับฟุบโต๊ะไปตั้งแต่ตอนไหนแบโรก็ยังไม่รู้ ถ้าเกิดเธอไม่หันมาเห็นสภาพลูกศิษย์เพราะเสียงกรนเบาๆที่ลอยเข้าหู เธอก็คงจะเป็นคนตาเซ่อต่อไป จองแบโรยื่นมือไปสะกิดคนที่ผล็อยหลับไปเบาๆ แม่สอนไว้ว่าเวลาปลุกใครต้องปลุกแบบนิ่มนวล ประเดี๋ยวเค้าจะสะดุ้งขวัญหนีดีฝ่อ

“ลิ้งค์...”

“zZ~……”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ไม่คิดเรียกซ้ำเพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว เธอหันหัวไปรอบตัวเพื่อหาตัวช่วย ซึ่งเธอก็รู้ว่าตัวช่วยตัวเดียวและตัวสุดท้ายคนนั้นเป็นใคร ชายหนุ่มตัวขาวยังนั่งยื่นหน้ายื่นตาจนเกือบทะลุมอนิเตอร์ มือขวากำเม้าส์แล้วลากเลื่อนไปมาไม่คิดสนใจรอบข้าง

“นี่นาย!”

“หืมม์?” ทงเฮหันมาทำหน้ายียวน พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงปั้นหน้าขี้สงสัย

“นายนั่นแหละ!!” หญิงสาวโก่งคอจนเส้นเอ็นปูด แต่ที่ได้รับกลับมากลับเป็นรอยยิ้มเท่ห์ๆ ยายั่วโมโหขนานดีจากลีทงเฮ

“สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ เรียกผมว่านายอย่างงั้นเลยเหรอ?”

“สนิทไม่สนิท ก็ช่วยทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่แสนดี พาเพื่อนของนายกลับห้องหน่อยเหอะ นายคงไม่คิดจะปล่อยลิ้งค์ไว้แบบนี้ ให้ยุงมันตอมเล่นหรอกนะ”

“ก็ถ้าเป็นคุณขอร้อง ผมก็อาจจะต้องใจร้ายแบบนั้น” ถึงปากจะว่าไปอย่างนั้นก็เถอะ แต่ลีทงเฮก็ยังมีจิตใต้สำนึกที่จะยกก้นแล้วเดินเข้ามาแบกร่างบางที่นอนหมดพลังชาร์ตอยู่กับโต๊ะ แบโรมองตามอย่างนึกเป็นห่วง ไม่ใช่อะไร..ไอ้ผู้ชายคนนี้มันออกจะตัวเล็ก แล้วจะพากันไปรอดมั๊ยล่ะนั่น?


ติวเตอร์วัยสาวกวาดหนังสือเข้ากระเป๋าจนเรียบร้อยแล้วยกข้อมือขึ้นมาพลิกดูนาฬิกา...ตายห่า ตีสองแล้วเหรอเนี่ย!!

แบโรมุ่ยปาก จริงอยู่ที่เธอก็มีเงินเดือนจากการรับสอนพิเศษตามบ้าน แต่ก็ไม่มีมากมายขนาดที่ว่าจะใช้ซื้อของหรูหราฟุ่มเฟือยได้อย่างสบายอกสบายใจแบบไม่ต้องกลัวตีนกาขึ้นหน้า เธอจึงไม่คิดจะเช่าคอนโดฯสูงระฟ้า หรืออพาร์ทเม้นเจ้าของงก เธอยังคงทำตัวเป็นนักศึกษาที่ดีโดยการพักหอพักที่มีกำหนดปิดตอนเที่ยงคืน

แล้วนี่มันก็ล่วงเข้าวันใหม่มาเกือบจะ 2 ชั่วโมงอยู่แล้ว ไอ้จะปีนรั้วเข้าห้องมันก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ไอ้จะเสี่ยงเอารูปร่างหน้าตาที่พระเจ้าลำเอียงให้ความสวย เซ็กซี่มามากกว่าคนอื่นไปโบกแท็กซี่ตอนดึกดื่นเนี่ยสิ เห็นจะน่ากลัวอยู่ไม่น้อย

ทางเลือกสุดท้าย...............

 

นอนแม่งที่นี่เนี่ยแหละ!!

 

เสียงตึกตักดังเบาๆมาจากบันไดไม้สีขาว ก่อนจะปรากฏเงาลางๆในแสงสลัว หญิงสาวหนึ่งเดียวที่ยืนเก้ๆกังๆจะก้าวเท้าแหล่ไม่ก้าวเท้าแหล่ หันขวับไปมองตามเสียง

“ยังไม่กลับไปอีกเหรอ?”

“แล้วที่เห็นเนี่ย สงสัยจะเป็นวิญญาณแหละ” นอกจากเจ้าหล่อนจะไม่ยอมก้าวเท้าไปทางไหน เธอก็ยังกวนตีนกลับได้อย่างหน้าตาเฉยซะด้วย “ดึกขนาดนี้ จะกลับยังงัยล่ะ ถามได้”

“ก็เดี๋ยวไปส่ง”

“ไปจริงอ่ะ?”

“พูดเล่น” ทงเฮยักไหล่ “งั้นก็ขึ้นไปนอนกับไอ้ลิ้งค์มันสิ หรือไม่ก็นอนมันตรงนี้แหละ ถ้าอยากเป็นไข้เลือดออก” แบโรก็อยากจะคิดว่านั่นเป็นคำเชิญของเจ้าบ้านที่ดีอยู่หรอกนะ ถ้าไอ้ท้ายประโยคนั่นมันจะไม่มีส่วนผสมของยากระตุ้นต่อมอยากเตะคนผสมอยู่

“นอนไม่หลับ”

คนฟังหันหน้ามามองคนพูดจนเต็มสายตา

“นอนไม่หลับ!! ก็ดูตาฉันสิ แข็งจนปิดไม่ได้แล้ว!! เป็นเพราะกาแฟบ้าๆของนายคนเดียวเลย!!!!!!”

“นี่..จะโทษว่าเป็นความผิดของผมใช่มั๊ย? ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่เรื่องมาก จะเอานู่นจะเอานี่ ไอ้นี่ขมไอ้นั่นหวาน แล้วทีนี้ล่ะโยนขี้ให้กันเต็มๆ”

“ก็ถ้านายหัดทำให้มันอร่อยตั้งแต่ถ้วยแรก ฉันก็ไม่ต้องมาตาถ่างนอนไม่หลับอยู่อย่างนี้หรอก!!”

“แล้วกาแฟของผมมันไม่อร่อยตรงไหน?”

“จะตรงไหนก็ช่าง แต่ถ้านายขึ้นบันไดไปอีกก้าวเดียว ฉันไม่รับรองความปลอดภัยของบ้านหลังนี้หรอกนะ!” ทงเฮสะดุดอากาศกึก ในใจก็นึกสงสัย..ทำไม แค่จะขึ้นไปนอนเนี่ย มันมีความผิดมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?.. เขาเก็บความสงสัยไว้ได้ไม่นานนักก็รีบหันกลับมา ใช้หัวคิ้วเป็นคำถามได้อย่างดีเยี่ยมเพราะเขาได้ยินคำตอบกระจ่างใสอยู่ตรงหน้า

“อยู่เป็นเพื่อนหน่อย”

ปะโธ่! ก็นึกว่าจะแน่ซักแค่ไหน

ทงเฮก้าวเท้าลงมาจากบันไดขั้นแรกที่เพิ่งเหยียบไปหมาดๆ บรรจงวาดรอยยิ้มบนใบหน้าให้ดูไม่น่าไว้วางใจมากที่สุด แล้วคว้ามือของเธอทันใด

“จะไปไหน?”

“เอาน่า!”

 

 

“ชอบกางเต้นท์เหรอ?”

“วันไหนว่างๆ อารมณ์ดีๆ อากาศน่านอน ก็ชอบนะ แต่ถ้าวันไหนหิมะตกจัดๆ ฝนตกแรงๆ นี่ก็ไม่นึกอุตริมานอนอยู่แล้วล่ะ” คนตอบชักจะยียวนกวนประสาทจนหยดสุดท้าย แบโรกัดปากล่างไว้ เธอกำลังข่มอารมณ์โกรธจนถึงขีดสุด แล้วใช้ช่วงเวลานับเลขในใจนั้นมองคนตรงหน้าที่กำลังสาละวนกับกองไฟกองย่อม

“ติดแล้ว” เสียงนุ่มร้องบอกเบาๆ ดวงตาสีชามีเงาของเปลวไฟสีส้มอยู่ข้างใน “เอามือถูกันแล้วอังเอาไว้แบบนี้ อุ่นดี”

หญิงสาวถึงกับทำปากจู๋ ผู้ชายคนนี้เข้าถึงอารมณ์ยากสุดๆ บทจะดีขึ้นมา ...ดีใจหาย

แต่กระนั้น เธอก็ยื่นมือไปทำตามอย่างเขาบ้าง แบโรอมยิ้มชื่นชมความคิดของเขาอยู่ในใจ ซึ่งน่าแปลกที่ทงเฮก็ยิ้มกลับมา “ทำหน้าอย่างงั้นทำไม”

ทงเฮคงหมายถึง ไอ้สีหน้าแคลงใจของเธอที่มีคิ้วคู่สวยเป็นเครื่องยืนยัน แบโรเลิกคิ้วแล้วก็ตอบออกไปตรงๆ “แปลกใจ”

“แปลกใจ?”

“ใช่ แปลก................” แบโรทิ้งคำตอบไว้แค่นั้นแล้วก็นั่งจ้องมือตัวเอง ได้ยินเสียงหญ้าสากๆดังเสียดสีกันจนต้องหันกลับไปมอง ดวงตากลมโตต้องหรุบลงต่ำนิดหน่อยถึงจะมองเห็นร่างโปร่งนอนตัวยาวอยู่กับผืนหญ้าสีเขียว “ไปทำอะไรตรงนั้น”

“ดูดาว มาดูด้วยกันสิ”

แบโรส่ายหัว

“ทำไม ไม่ชอบเหรอ?”

คนถามผงกหัวหงึกๆ “มันมีความหลังนิดหน่อย”

“ความหลัง เกี่ยวกับดูดาวเนี่ยนะ”

“ก็ใช่น่ะสิ ตอนเด็กๆฉันก็ชอบนอนดูดาวแบบนี้บนหลังคาบ้าน ฉันว่ามันก็สวยดี สีเงินๆบนท้องฟ้าสีดำเหมือนเพชรเม็ดเล็กๆบนผ้าไหมสีนิล แต่ว่า.....” เธอเว้นช่วงไปนานจนทงเฮต้องเค้นถามต่อ

“แต่ว่าอะไร?”

“มีครั้งนึง ที่พอฉันหงายท้องปุ๊บ ค้างคาวที่บินผ่านก็ปล่อยขี้มาเต็มหน้าฉันเลยน่ะสิ” ต่อเรื่องให้จนจบด้วยน้ำเสียงอู้อี้ และเมื่อประโยคบอกเล่าประสบการณ์เสียวได้ผ่านพ้นไปเสียงหัวเราะของลีทงเฮก็เข้ามาแทนที่ “นี่! อย่ามาหัวเราะฉันนะ”

“ฮ่าๆ สงสัย..หน้าเธอมันคงคล้ายกับ..”

“หยุดเลยนะ!!”

ทงเฮงับปาก แต่ยิ้มตาขีดเดียวให้แทน แบโรหน้ามุ่ยเบ้ปากไปทางอื่น ..มองหน้าไอ้คนบ้านี่นานๆ กลัวจะได้ทำร้ายร่างกายคน!...

“วันนี้ไม่มีค้างคาวหรอก นี่! เดี๋ยวฉันจะชี้ให้ดูกลุ่มดาวแคสสิโอเปียแทน” ทงเฮคว้าข้อมือเธอเอาไว้ แต่กลับถูกสะบัดก้นใส่จนเศษหญ้าเปื้อนหน้า

 


ท้ายสุดแล้ว ผู้ชายก็ต้องยอมอ่อนข้อให้กับผู้หญิง กฎข้อใหญ่ๆที่ใครก็ล้มมันไม่ลง ทงเฮเก็บเต้นท์ด้วยความเร็วสูงแล้วเดินดุ่ยเข้าบ้านมาทันที เสียงซ่าจากจอโทรทัศน์เรียกเอาใบหน้าของเขาให้หันไปมอง และก็พบกับร่างเล็กๆที่จิ้มนิ้วกดปุ่มปิด แล้วเดินลากเท้ามาจมความนุ่มของโซฟากำมะหยี่

เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงขอบโซฟาตัวโต แบโรเงยหน้าขึ้นและทงเฮก็ก้มหน้ามองเธอเช่นกัน

“มองอะไร?”

“นอนไม่หลับจริงดิ่?”

“อืมม์” เธอพยักหน้าอย่างว่าง่ายกว่าเมื่อตอน 2 ชั่วโมงที่แล้วจนทงเฮเองก็แปลกใจไม่น้อย สัญชาตญาณบอกให้เขายื่นมือไปอังลงบนหน้าผากเนียนที่มีผมม้าบางๆปรกอยู่ “เฮ้ย! เล่นอะไรน่ะ!”

“เอ่อะ!!” ทงเฮชักมือกลับแทบไม่ทัน ..ทำแบบนั้นไปได้งัยวะ ไอ้ทงเฮไม่เต็มเต็ง!..


ทงเฮไม่เคยรู้สึกร้อนทั้งๆที่อยู่ในห้องแอร์มาก่อน ไม่เคยไม่กล้าสบสายตาใครอย่างที่เป็นตอนนี้ เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจให้คนข้างหน้าได้ยินเลยด้วยซ้ำ พระเจ้า..นี่มันโรคพิสดารอะไรกัน


ทั้งสองจ้องตากันโดยไม่รู้ว่าต่างฝ่ายต่างตั้งใจกันรึเปล่า....?

และแบโรก็เป็นคนทำลายความเงียบนั้นซะเอง “ง่วงแล้วเหรอ?”

“ยัง!” ทงเฮตะโกน แต่พอรู้ตัวอีกที เขาก็เอ่ยประโยคใหม่ขึ้นมา “ก็บอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าให้นั่งเป็นเพื่อนน่ะ”

“ก็..งั้นมั้ง” ปากก็ว่ากันไป ก้นก็ขยับเว้นที่ให้กันไป ทงเฮมองพื้นที่ว่างๆบนโซฟาสีครีมไม่คิดรอช้าให้แบคทีเรียมันแย่งก็ทิ้งน้ำหนักทุ่มใส่มันอย่างไม่นึกสงสารสปริง

“ถามหน่อยดิ่”

“อะไร?”

“ทำไมถึงได้ชื่อว่า แบโร ล่ะ”

แบโรห่อไหล่เข้าหาตัวเอง พลางใช้มือทั้งสองจับข้อเท้าตัวเองในท่าขัดสมาธิ เธอถามกลับทั้งยังไม่มองหน้า “อยากรู้ไปทำไมล่ะ?”

“เอาไปซื้อหวยมั้ง”

“อย่ากวนให้มันมาก”

“อยากรู้ ก็เลยถาม ผิดเหรอ?”

“ก็ถ้าบอกว่าผิด”

“ก็แล้วทำไมต้องบอก” แบโรพ่นลมออกจมูก ส่ายหัวเบาๆระคนเหนื่อยหน่าย “ไหนๆเธอก็จะต้องเข้าออกบ้านนี้บ่อยๆ ให้ฉันรู้ข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเธอบ้างมันจะผิดรึงัย?”

“มันแปลว่า น้ำ”

“รู้แล้ว”

“แล้วถามทำไม”

“หมายถึง..” ทงเฮขยับตัวนั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหาคนข้างๆ “มัน..ไม่นิยมเอามาตั้งเป็นชื่อ มันดูตรงเกินไปน่ะ”

“แม่ของฉันท่านเป็นคนง่ายๆ เห็นยังงัยก็ตั้งอย่างนั้น” ทงเฮพยักหน้ารับรู้แล้วยิ้มโชว์เขี้ยวปิดท้าย “ว่าแต่นายเถอะ เกิดที่ทะเลตะวันออกรึงัย ถึงได้ชื่อว่า ทงเฮ”

“ใช่ ทะเลตะวันออก ความหมายของทงเฮ”

“ก็รู้แล้ว ถึงได้พูดงัย”

“...........”
“...........”

และวินาทีต่อๆไปหลังจากนั้น ก็เป็นวินาทีที่ทงเฮได้รู้จักกับผู้หญิงตรงหน้ามากขึ้น ที่เขาเคยคิดว่าเธอปากร้าย อวดเก่ง แต่แท้ที่จริงเธอกลับใจดียิ่งกว่าอะไร เธอเคยแบ่งขนมปังก้อนสุดท้ายตอนที่กระเป๋าตังค์ถูกขโมยให้กับเด็กกำพร้าที่หิวโซ และเธอก็ยังสารภาพอีก ว่าจริงๆกาแฟฝีมือทงเฮอร่อยเหาะเป็นที่สุด!!

เหมือนกันกับแบโร ที่ได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของทงเฮ ทงเฮเป็นพวกขี้บ่น เจ้าระเบียบ จริงๆก็เพราะเป็นคนรักสะอาดยิ่งกว่าอะไร แถมยังชอบเอาใจใส่คนรอบข้าง ทงเฮเป็นคนช่างสังเกต กระทั่งให้หลับตาแล้วทายว่าเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่มีกระดุมกี่เม็ดก็ยังตอบถูกเผง!!

 

เสียงคุยจ้อเปลี่ยนเป็นเสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่รดรินหลังมือของเขา ทงเฮหรี่ตาเพื่อเพ่งมองเข็มนาฬิกาบนผนังท่ามกลางความมืด และเขาก็ไม่ประสบผลสำเร็จในการแปลมันออกมา เขาเปลี่ยนเป็นมองผ่านหน้าต่างและก็ยังพบกับความมืดมิด

คนที่บอกว่าตาแข็งดันมาหลับก่อนบาริสต้าชงกาแฟได้ยังงัยกัน?

ทงเฮยิ้มบางให้กับกลุ่มผมนุ่มๆที่ใช้รองคาง ...คนอะไร ตัวหนักเป็นบ้า แต่ไม่อยากจะลุกเลย ให้ตาย...

 

 

 


แสงสีส้มเริ่มพ้นขอบฟ้าทอสว่างเป็นเส้นสีทอง ผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทช่วยให้ลำแสงส่องลอดเข้าแยงตา ทงเฮกระพริบตาปริบสู้กับความสว่างจ้าแล้วก็ใช้นิ้วมือเขี่ยขอบตาเบาๆ เขากำลังจะขยับตัวลุกขึ้น ถ้าไม่ติดที่น้ำหนักของร่างเล็กๆซึ่งนอนหงายหลังพิงอกเขาอยู่

“แดดแรงขนาดนี้ยังไม่ตื่นเลยเหรอเนี่ย?” ติเค้าออกไป แต่มือก็ดันทรยศคำพูดด้วยการเอื้อมไปลูบผมนุ่มๆ เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มมันแอบกระโดดมาเกาะแก้มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กับคนที่เดินลัลล้าลงบันไดแล้วมาสะดุดกึกตรงบันไดขั้นสุดท้ายอย่างลิ้งค์น่ะ..เห็นที จะรู้ดีกว่าใครเพื่อน

 

……………………………………..
………….valentine’s coffee….
……………………………………..

 

แบโรกระโดดโหยงทันทีที่รู้ตัวว่าเธอใช้ทงเฮเป็นหมอนทั้งคืน แก้มใสๆขึ้นสีเรื่อจนคนมองกลัวว่าเลือดมันจะทะลักออกมา หลังจากนั้นสงครามน้ำลายย่อยๆก็จุดชนวนขึ้นมา เสียงเล็กๆของแบโรดังสลับกับเสียงห้าวๆของทงเฮอย่างไม่มีใครยอมลดราวาศอก

ลิ้งค์ยืนกอดอกมองภาพคนทั้งคู่ทะเลาะกันมันส์ตา ไอ้แขกไม่รับเชิญก็เดินลอยลมถือวิสาสะอย่างเจ้าบ้านเข้ามาแล้ว

“หัวเราะอะไร หืม?” ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดใบหูทำเอาหญิงสาวสะดุ้งวาบไปทั้งร่าง ลิ้งค์หันขวับแล้วก็เจอเข้ากับตาตี่ๆของไอ้หนุ่มจีนข้างบ้านอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

“เข้ามาได้งัย?”

“ประตูก็มี คนเค้าไม่บ้าปีนหน้าต่างเข้ามาหรอกน่า”

“แต่อย่างนายน่ะ เค้าเรียกว่าบ้า!” คนตัวเล็กเดินหนีไปทางห้องครัวที่อยู่ใกล้ๆกัน โดยมีฮันเกิงเดินตามเป็นเงา

“บ้าตรงไหน?”

“ทุกตรงนั่นแหละ” ลิ้งค์ตอกกลับไม่มองหน้า มือก็สาละวนอยู่กับการตวงกาแฟใส่ถ้วยกระเบื้อง

“ของฉันน้ำตาลก้อนเดียวพอ”

“ใครเค้าชงให้นายกันเล่า!!” เสียงแหลมวี๊ดเข้าให้ แต่คนจีนหน้าหนากลับฉีกยิ้มกว้างแล้วหยิกแก้มเธอจนปวด “โอ๊ยยยย!!”

“ชงให้หน่อยก็ไม่ได้ ใจร้าย!” ฮันเกิงมองตามมือที่ชุลมุนข้างนั้น ก่อนจะคว้าเอามืออีกข้างขึ้นมา “ไม่เอาไม่ต้องกินแล้ว ไปหากินข้างนอกดีกว่า”

“หะ หา?”

“วาเลนไทน์ทั้งทีจะให้นั่งแกร่วอยู่บ้านเนี่ยนะ ป่ะๆ”

“วาเลนไทน์? แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหนน่ะ?”

ฮันเกิงมัดมือชกเอาเสียดื้อๆ โชคดีที่ลิ้งค์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ไม่สิ..โชคร้ายที่ลิ้งค์ดันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เลยไม่มีเหตุผลไว้อ้างเพื่อยืดเวลาต่างหาก!


“ทงเฮ ดูแลบ้านดีๆนะ พี่จะพาลิ้งค์ไปเที่ยว!”

คนที่กำลังเถียงจนตัวโก่งอยู่กลางห้องรับแขกทั้งสองคนหันมามองเป็นตาเดียวกัน ทงเฮเห็นลิ้งค์ส่ายหัวพรืดเลยเห็นใจเพื่อน ตอบกลับไปว่า

“ได้เลยฮะ พี่ฮัน พี่ก็ดูแลยัยลิ้งค์ดีๆด้วยละกันนะฮะ”

“หา ไอ้ทงเฮ ไอ้เพื่อนบ้า!!!” ทงเฮได้ยินคำด่าของเพื่อนสนิทได้ไม่ถนัดหูนัก เพราะเจ้าตัวแสบโดนฮันเกิงลากออกไปจนลับประตูซะก่อน หนึ่งหนุ่มและหนึ่งสาวได้แต่หันมามองหน้ากัน

“ขี้เกียจทะเลาะกับนายแล้ว!” แบโรซอยเท้าถี่ยิบ กะจะวิ่งตามไปเกาะขอบประตูมองลิ้งค์กับแฟนของเธอซักหน่อย แต่ก็โดนล็อกแขนไว้ได้ทัน

“ทำอะไร?”

“ดูหน้าแฟนลูกศิษย์ไม่ได้รึงัย? โหยดูดิ่ วันวาเลนไทน์ก็มารับกันไปเที่ยวหง่า”

“อิจฉาเค้า ว่างั้น?” ทงเฮเล่นหูเล่นตาจนอีกฝ่ายรู้สึกคันตาแทน

“ไม่เห็นจะต้องอิจฉา”

“อิจฉา หน้าตาอย่างเงี้ย ยังหาแฟนไม่ได้ชัวร์ๆ”

“หน้าอย่างนายต่างหากที่หาแฟนไม่ได้น่ะ ชิ” สะบัดก้นแล้วก็ปัดตูดเดินเข้าห้องครัวบ้าง แต่เพราะเธอไม่ใช่เจ้าบ้าน แค่จะชงกาแฟซักถ้วยก็แทบจะพลิกบ้านชงกันเลยทีเดียว

“หาอะไรน่ะ?”

แบโรชะงักการกระทำทุกอย่าง ก่อนจะจุดยิ้มที่มุมปากได้อย่างแสนกล “ทงเฮ ชงกาแฟให้กินหน่อยสิ”

 


‘ยัยบ้าเอ๊ย ชงกาแฟง่ายๆแค่นี้ทำไม่เป็นรึงัยเล่า!?’


ทำได้อย่างมากก็แค่คิด ทงเฮย่นคิ้วคล้ายคนเหนื่อยหน่ายแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งง่ายๆนั้นแต่โดยดี ไม่นาน แบโรก็ทำจมูกฟุดฟิดได้กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟมาแต่ไกล

“แคปปุชชิโนเหรอ?”

“อื่อฮึ” ทงเฮส่งเสียงในลำคอเป็นคำตอบ แต่ไม่ยอมนั่งลง ร่างสูงเดินไปเปิดเตาอบแล้วยกถาดขนมเล็กๆออกมา

“อะไรน่ะ?”

“อิงลิชมัฟฟิน เข้ากันได้ดีมากๆกับแคปปุชชิโน ลองกินดูสิ”

“นายลุกมาทำตั้งแต่ตอนไหนน่ะ ตื่นมานี่ นายก็เพิ่งจะทะเลาะกับฉันไปได้อย่างเดียว อย่างอื่นก็ยังไม่ทำเลยนี่นา” ริมฝีปากอวบๆนั่นเคี้ยวมัฟฟินหยับๆน่าอร่อย และริมฝีปากอันเดียวกันนั้นเองที่กำลังเอื้อนเอ่ยชวนคุย

“ลิ้งค์เป็นคนทำน่ะ รายนั้นทำขนมอร่อย”

“ดีเนอะ นายก็ทำกาแฟอร่อย ลิ้งค์ก็ทำขนมอร่อย ถ้าฉันอยู่นี่นานๆได้อ้วนฉุเป็นหมูตอนแน่ๆ” แบโรยิงฟันจนตาหยี แต่ทงเฮกลับยื่นหน้าเข้ามาพร้อมกับท้าวคาง

“หาว่าฉันอ้วนเหรอ?”

“ฉันยังไม่ได้พูด นายพูดเองต่างหากล่ะ?”

ทงเฮกลั้นหัวเราะ ก้มหยิบกาแฟขึ้นซดให้ตาสว่าง โดยมีลูกกะตาลุกวาวของแบโรจ้องเขม็ง “หัวเราะอะไร?”

“ตกลง ยังไม่มีแฟนจริงๆเหรอเนี่ย?”

“ถามว่าหัวเราะอะไร?”

“ถามว่า ยังไม่มีแฟนเหรอ?”


.

.

.


“ไอ้บ้าเอ๊ย ฉันเบื่อนาย เบื่อนายโว้ย!!”

“เฮ้ย จะไปไหน?”

“กลับบ้าน!!” แบโรตะโกนใส่หน้าหล่อๆของทงเฮเต็มๆ เธอยกถ้วยกาแฟซดจนหมดแก้วแล้วถึงได้กระแทกมันลงกับโต๊ะ จรลีไปคว้ากระเป๋าตรงโซฟาแล้วก็เดินดุ่ยออกจากบ้านไปในทันที

“จะไปยังงัย”

“ไปได้ก็แล้วกัน”

“เดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่ต้อง!!!”

แบโรยื่นคำขาด เธอรีบสาวเท้าให้เร็วขึ้นจนในที่สุดร่างบอบบางก็หลุดไปจากกรอบสายตาของลีทงเฮ

“ยัยบ้าเอ๊ย ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ” ทงเฮไม่รอช้าที่จะสตาร์ทเจ้ารถเต่าคู่ชีพ เสียงเครื่องยนต์คร่ำครึดังกระหึ่มสวนหญ้าหน้าบ้าน ก่อนที่มันจะเคลื่อนออกสู่ถนน

เขาเหลือบตามองทางเท้าเป็นระยะไปตลอดทาง เป้าหมายคือผู้หญิงตัวเล็กๆกับเสื้อไหมพรมสีครีมและกางเกงยีนส์สีซีด ผู้หญิงคนที่กำลังเดินเตะฝุ่นข้างทางตรงสเป็กเข้าเต็มๆ ทงเฮจึงไม่อยากเสียเวลาคิด รีบหักพวงมาลัยเข้าเทียบฟุตบาทและชะลอความเร็วจนอยู่ในระดับเดียวกัน

“ขึ้นมา เดี๋ยวไปส่ง”

ใบหน้าเรียวแหง่กคอมา หล่อนตวัดตากลับแล้วกอดอกหน้าเชิด

“ขึ้นมาเร็วๆ ไม่งั้นจะตามอย่างนี้ไปตลอดทางเลยนะ”

“ชิ” แบโรหันมาจิ๊ปากอีกหน จริงๆคนอย่างลีทงเฮต้องหมดความอดทนไปนานแล้ว แต่ทว่า..กับคนนี้ ต่อให้ต้องอุ้มลูกช้างเดินตามง้อ ลีทงเฮก็บ่ยั่น!

“แบโร อย่าลีลาน่า คนเค้าอุตส่าห์อยากไปส่ง”

ขาเรียวเล็กของเธอหยุดการเคลื่อนไหวแล้ว เจ้าของชื่อที่แปลว่าน้ำหันหน้ามามองสารถีรูปหล่ออีกครั้ง เธอทำท่าครุ่นคิดไปพักใหญ่จนทงเฮเสียค่าน้ำมันไปหลายวอน “ไม่ได้ง้อ”

“แต่ฉันกำลังง้อ...เอ่อะ...เออ ง้อก็ง้อ!” ทงเฮเป็นฝ่ายสะบัดหน้าหนีมั่ง เขายู่ปากจนแก้มป่องนั่งกอดพวงมาลัยไม่ยอมกระดิก มาสะดุ้งเอาเฮือกใหญ่ก็ตอนได้ยินเสียงกระแทกโลหะดังโครม

หญิงสาวตัวเล็กๆยอมมาปักหลักอยู่กับเก้าอี้หนังข้างๆแล้ว

“เห็นแก่ที่นายง้อนะ ถ้าไม่ง้อไม่ยอมให้หรอก” กอดอก เชิดหน้าหันหนีทำเป็นหยิ่ง ทั้งที่ประโยคที่พูดออกมามันเรียกรอยยิ้มจากทงเฮได้จนเต็มพื้นที่หน้าหล่อๆ

เสียงเครื่องยนต์ขับเคลื่อนไปข้างหน้าพาให้วิวข้างทางเคลื่อนที่ไปทางด้านหลัง ความเร็วที่ทงเฮเหยียบให้ไม่เร็วมากนัก ช่วยพัดพาเอาลมอุ่นๆยามสายแตะต้องใบหน้า เพราะรถเต่าของทงเฮมันเป็นรถเต่าล้านปี สมัยนั้นคงยังไม่รู้จักแอร์คอนดิชั่นเนอร์ เจ้าเต่าตัวนี้ก็เลยใช้แอร์ธรรมชาติ..

แต่มันก็ดูคันทรี่ไปอีกแบบ

แบโรตั้งใจจะนั่งเงียบไปจนตลอดทาง ถ้าผู้ชายคนข้างๆจะไม่ยอมเอ่ยปากถามอะไรขึ้นมาก่อน

“ไม่บอกทางกลับบ้าน แล้วจะได้กลับกันมั๊ยเนี่ย?”

ลูกกะตาดำของคนตัวเล็กเหลือบจนไปติดกับหางตา “ถามดีๆก็ได้หรอก” เธอมุบมิบปากพูดเสียงเบา ก่อนจะยอมตอบคำถามแต่โดยดี “สี่แยกหน้าเลี้ยวขวา”

“อื่อฮึ”

สารถีจำเป็นเอื้อมมือไปกดเล่นเพลง พอดนตรีเริ่มบรรเลงเจ้าหนุ่มหน้าหวานก็ฮัมเพลงเสียสนุกปาก ผู้โดยสารจำเป็นอีกคนก็เลยได้แต่หน้าหงิกหน้างอเป็นตะขอ แบโรสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัญญาณไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว ..

ใช่ มันไม่เห็นจะน่าตกใจเลยซักนิด แต่ที่ทำเอาหน้าเธอถอดสีเห็นจะเป็นการเลี้ยวซ้ายของทงเฮซะมากกว่า!!

“อัลไซเมอร์กินรึงัย บ้านฉันอยู่ทางโน้น ต้องเลี้ยวขวาถึงจะถูก”

“ทางนี้แหละถูกแล้ว มีหน้าที่นั่งก็นั่งไปสิ จะมาโวยวายอะไรเล่า?”

“อย่ามายั่วโมโหฉันนะ ลีทงเฮ”

“แล้วฉันจะยั่วโมโหเธอไปทำไมล่ะฮึ?”

“จะไปรู้กับนายมั๊ยเล่า” แบโรกอดอกทำปากบู้บี้ ทงเฮเลยยิ่งได้ใจ “เอาน่า ไปกับฉันไม่ผิดหวังหรอก” ทงเฮตวัดพวงมาลัยแล้วเร่งคันเร่งจนแซงรถเต่า(กว่า)อีกคันด้วยใบหน้าแช่มชื่น


..ไม่น่าหลงกลมากับนายบ้านี่เลย เซ็งชะมัด!..

 

.

.

.

 

แกร่ก....

ครืด!............


แบโรทำหน้าตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นทงเฮรีซ้ายรีขวากับเสียงประหลาดที่ดังมาจากกระโปรงรถ

“เสียงอะไรน่ะ?”

คนถูกถามส่ายหัว พลางเบนหัวรถเข้าเทียบข้างทางอย่างทุลักทุเล ไม่นานนักเสียงประหลาดพวกนั้นก็หายไป แต่มันไม่ได้ทำให้คนทั้งสองโล่งอกโล่งใจได้เลยซักนิด เพราะไอ้การที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆแบบนี้มันน่ากลัวกว่าเป็นร้อยเท่า


“ทงเฮ รถเป็นอะไร!!” แบโรถามร้อนรน

ส่วนคนตอบก็ทำเหมือนเดิม..ส่ายหัว

“หัดรู้อะไรมั่งเด่ะ นี่มันกลางไฮเวย์เลยนะ นายจะทิ้งตัวนายเองกับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันไว้กลางถนนใหญ่แบบนี้เนี่ยนะ!”

ทงเฮก้มคอลงสอดส่องเกน้ำมันบนหน้าปัด แต่ก็พบว่ามันยังอยู่ในระดับเกินครึ่ง ..แน่นอนคนอย่างลีทงเฮไม่เคยสะเพร่ากับเรื่องง่ายๆอย่างการเติมน้ำมันให้เต็มถังทุกครั้ง แต่บางที คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างนิดๆหน่อยๆ

อย่างเช่นวันนี้ ที่เขารีบร้อนจะออกรถตามแบโรให้ได้ จนกระทั่งไม่ได้ตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ก่อนเดินทาง

“น้ำมันหมดเหรอ?”

“หม้อน้ำไหม้แหงๆ” ว่าแล้วร่างโปร่งก็ผลักประตูออกไป เขายกกระโปรงรถขึ้น เบ้หน้าออกจากควันที่พวยพุ่งพลางไอค่อกแค่ก ควันที่มันโขมงจัดทำให้แบโรก็ไอตามไปด้วย

“แล้วทีนี้จะทำยังงัยล่ะ!”

“มีเบอร์อู่ซ่อมรถมั๊ย?” ทงเฮถาม แบโรส่ายหัว เขาลองควักเอามือถือเครื่องจิ๋วของตัวเองขึ้นมาบ้าง รอยยิ้มรอดตายที่ระบายอยู่บนใบหน้าทงเฮทำเอาแบโรที่ยืนอยู่ข้างๆกันยิ้มแก้มฉีก

“นายมีใช่มั๊ย?”

การผงกหัวของทงเฮ เหมือนกับจะทำให้ตัวเบาๆของเธอลอยได้ยังงัยอย่างงั้น!

“เย้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

……………………………………..
………….valentine’s coffee….
……………………………………..

 

หมู่นกเริ่มโผบินกลับรัง เหมือนเด็กนักเรียนที่กำลังโหนรถเมล์กลับบ้าน ท้องฟ้าสีครามขลิบทองเชิญชวนให้หนึ่งหญิงกับอีกหนึ่งชายเงยหน้ามองมันตาปริบๆ

“แน่ใจนะ ว่าบอกเค้าถูกว่าเราอยู่ที่ไหนน่ะ?” แบโรถามน้ำเสียงละห้อย

“อือม์ บอกแล้ว” ทงเฮที่นั่งกอดพวงมาลัยอยู่ข้างๆกันหันคอมาตอบให้เสียงนุ่ม “หิวเหรอ?”

“อือม์.................” เธอมีพยานส่วนตัวเป็นเสียงกระเพาะล้างตัวเองดังจ่อก!

 

 

“ขอโทษนะ”

“เรื่องอะไร?”

“วาเลนไทน์ทั้งที แทนที่เธอจะได้ไปเที่ยวกับแฟน แต่กลับต้องมาติดแหง่กอยู่ในรถโบราณกลางถนนแบบนี้ ฉันนี่มันแย่จริงๆเลย” ทงเฮโขกหัวตัวเองเข้ากับพวงมาลัย โดยที่แบโรก็ไม่นึกจะห้าม จนอีกคนรู้ตัวว่าเรียกร้องความสนใจไม่สำเร็จนั่นแหละ ถึงได้เลิกไปเอง


“แล้วใครบอกว่าฉันมีแฟนกันล่ะ”


“......พูดจริงดิ?......”

“อือม์” คนตัวเล็กหงายท้องลงพิงเบาะแล้วก็หลับตาหลบพระอาทิตย์ที่เคลื่อนตัวลงต่ำ “อย่างที่นายบอกนั่นแหละ คนอย่างฉัน จะมีใครมาชอบ”

“คนอย่างเธอ? คนแบบไหน?” แต่ทงเฮกลับเอี้ยวตัวก้มหน้าถามคนที่หลับตาพริ้ม

“คนปากจัด ขี้โมโห เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว”

...ไม่จริง... ทงเฮเถียง

“ไม่ค่อยมีใครทนคนนิสัยเสียอย่างฉันได้หรอกนะ หรือถ้าจะมีจริงๆล่ะก็ คนๆนั้นจะต้องเป็นผู้วิเศษแน่ๆ” เธอหัวเราะให้กับตัวเองครืนทั้งยังหลับตา

ทงเฮจ้องแพขนตานั้นเพียงครู่ก็รีบผละออกมาก่อนที่มันจะเปิดออก

“แฮปปี้วาเลนไทน์นะ” เสียงนุ่มทุ้มบอกเบาๆ นัยน์ตาสีชาที่ส่งมาให้เหมือนสีน้ำตาลของช็อคโกแลตหวาน

“ขอบใจ”

 


เสียงรถยนต์แล่นฉิวมาจอดกึกเทียบหน้ารถ เรียกความสนใจของคนทั้งคู่ให้เบนออกไป ทงเฮอ่านตัวหนังสือตัวเป้งที่ติดอยู่ข้างรถก็รู้ทันทีว่ามันคือรถจากอู่ซ่อม


ระหว่างทาง แบโรกับทงเฮแทบไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลย ไม่รู้ว่าเหนื่อยที่ไม่ได้กินอะไรทั้งวันจนไม่มีแรงจะต่อล้อต่อเถียงกัน หรือว่าไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกันกันแน่?

 

ทำไมเวลาอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ บรรยากาศรอบตัวมันถึงได้นุ่มนวลต่างจากที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น
ทำไมถึงต้องมีคนใดคนหนึ่งยอมอ่อนข้อให้...ทั้งที่ต่อหน้าคนอื่นไม่เคยคิดยอมแพ้กัน

 


แม้รถจะพังเข้าไปนอนหยอดน้ำเกลือในอู่ แต่ก็ทงเฮก็ยังดึงดันที่จะไปส่งแบโรให้ถึงบ้านให้จงได้ และความดื้อด้านของทงเฮมันก็ยังคงมีประสิทธิภาพเต็มร้อยอยู่เสมอ เขาลงจากแท็กซี่ตามหลังเธอ ก่อนจะโบกมือลาหญิงสาวที่ค่อยๆเดินจากไปเรื่อยๆ

 

 

“.........”

“.........”

“แบโร!”

“หือม์”


ทงเฮกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่ในพื้นที่สมองเล็กๆอันนั้น

 

“พรุ่งนี้จะไปติวให้ลิ้งค์มันอีกมั๊ย?”

“เค้าจ้างนี่ จะอู้ได้งัย” ตอบวนเป็นเขาวงกต แต่กลับตรงจุดกับที่ทงเฮอยากจะรู้เป๊ะ เธอยิ้มโชว์เขี้ยวซี่เล็กให้

“อ่อ........งั้น...เจอกันใหม่นะ”

“อือม์”

“..........”

“กลับบ้านดีๆล่ะ”

ทงเฮมองตามร่างบอบบางนั้นจนลับสายตา พลันรอยยิ้มสว่างไสวก็จุดประกายที่ริมฝีปาก

เขาไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ..หรือบางที เขาอาจจะไม่เคยยิ้มแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

 

 

 

ยัยลิ้งค์ ฉันขอบใจแกจริงๆ ที่ทำให้ฉันกลายเป็น ‘หมาหัวเน่าที่มีความรัก’

 

 


The story has just begun*

 

กาเท่เร่'s talk :: ตามที่บอกไว้หน้าบ้าน ว่าจะเอา B&G มาลง ต้อนรับวาเลนไทน์

คึคึ ก็บอกแล้วว่าอันนี้มันห้องนั่งเล่น ขอพท. ให้น้ามด้วยนะ,,

ทงเฮ*แบโร  ^^

ปล. เรื่องสั้นชุดนี้อาจจะได้เป็นซีรี่ส์ โดยมีน้ามและเพื่อนเป็นนางเอก

ปล2. จริงๆ น้ามอยากรับรีเควสของเพื่อนๆเหมือนกัน ถ้าว่างๆอยากแต่งให้เพื่อนๆทุกคนเลย

เอาล่ะ ลองรีเควสกันเข้ามาได้เลยนะ

ปล3. รูปนั้นเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่น้องเราทำให้แฟนแหละ น้ามชอบไอเดียนี้มากๆ น้ำตาล+ช็อคโกแลต อิอิ,,

ขอลิขสิทธิ์น้องมาเขียนฟิคเน่อ!

ปล4. แฮปปี้วาเลนไทน์ทุกๆคนนนนนนน~

 

อิดิท :: มาลงเพลง อิอิ เพลงใหม่ของดงบังอ่า,,

มิกกี้ที่รักร้องเดี่ยวด้วยยยย โฮะๆ

My girlfriend :: Mickey

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นิสัยคุ้นๆ
*ก้มมองตัวเอง*

นั่นสิ ทำไมต้องอ่อนข้อให้
มาแอบดูชีวิตหมึกป่ะเนี่ย

ฮันลิ้ง T___T ทำร้ายอ่ะ
เหมือนจะอยากอิจฉา+1

ปล. หลานหมึกเต็มบล็อคเลยอ่ะ 55555

#1 By MEUK ❤?! on 2008-02-13 02:40

ฮ่าๆ แวะมาอ่านจ้ะ
ไม่ได้อ่านฟิคชายหญิงมานานมากแล้ว

สนุกป้าน cry

อยากกินกาแฟฝีมือด๊อง
เรื่องราวของพ่อหนุ่มขี้บ่นกับยัยสาวปากจัดเริ่มขึ้นแล้ว cry
ว๊าว วววว
ฟิค ชายหญิง
หนุกเหมือนกันเน้อะ
ปล. หมกอยู่กับ ฟิค Y มากไปช่วงนี้
แบบว่าถอนตัวไม่ขึ้น

พรุ่งนี้ก็วาเลนไทม์ แล้ว TT^TT
คึๆๆๆ

#3 By ''신 소에 on 2008-02-13 18:11

เตือน เม้นนี้ยาวเพค่ะ

แกร่ก!!! เสียงเอียงคอของอิลิ้งค์หลังจากนั่งอ่านฟิค สั้น นี้จบ

ได้ข่าวว่าทำเอาปวดคอกันไป ยาวจริ๊งเพื่อน

และรู้สึกว่าพาร์ทนี้จะไม่ค่อยมีบทพูดด้วยเน้
มีแต่บทบรรยาย อ่านซะจน เหนื่อย!!

เรื่องเหมือนจะดำเนินไปเรื่อยๆรึเปล่า
แปลกไปจากเดิม
ปกตินี้ คือ แบบตัดฉึบ ตัดฉึบ

ปวดคอชิหาย

ให้มันแต่งได้ยาวๆอย่างนี้ทุกพาร์ทเถอะ เพี้ยง!

ส่วนใหญ่ อารมณ์ยังไม่จบ ฟิค อิเท่เร่จบแล้วคับ

ลิ้งค์ยืนค้ำหัว ดงแฮ ช่างเป็นภาพที่รู้สึกสะใจที่ขีดสุด น๊านนาน จะมีโอกาสได้ขึ้นไปสัมผัสกับชั้นบรรยายกาศในที่สูง

แปลกใจ....
1. “อ๋อ คุณลินน์ลิษา!!” ช่างเป็นชื่อที่คุ้นหูคุ้นตาเสียเหลือเกิน ไม่เข้าใจว่าทำไม เวลา ชื่อเล่นลิ้งค์ ชื่อจริงต้องเป็นลินไปซะทุกครั้ง

2.ทำขนมอร่อย หึหึ ให้มันทำเป็นเถอะ ยัยนางเอกคนนั้นมันทำเป็นหลายอย่างดีนะ ขับมอไซด์ได้ด้วย ว่ะฮ่าๆๆ

3. 8 เซนต์!! ตั้ง 8 เซนต์!!


*ดงแฮขี้บ่นได้อีก ไม่สิ อีดงแฮบ่นเพื่อนมันเท่านั้นแหละ แหม พ่อคุณพอเจอสาวหน่อย ยอมเลยนะ มันน่านัก

*สรรหาชื่อกาแฟ บรรยายาซะอิลิ้งค์อยากกิน งึมๆ

*ปลาทะเล คิดด้ายยยยย

ทงเฮเป็นคนช่างสังเกต กระทั่งให้หลับตาแล้วทายว่าเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่มีกระดุมกี่เม็ดก็ยังตอบถูกเผง!!

*มิน่าเล่าถึงได้ขี้บ่น หึหึ ขี้บ่นก็ยังดีกว่าจู้จี้ล่ะน่า ดงแฮ

ทงเฮมองตามร่างบอบบางนั้นจนลับสายตา พลันรอยยิ้มสว่างไสวก็จุดประกายที่ริมฝีปาก

เขาไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ..หรือบางที เขาอาจจะไม่เคยยิ้มแบบนี้เลยด้วยซ้ำ


*ไม่เคยยิ้มแบบนี้จริงอ่ะดงแฮ ใช่อ่ะ? หึหึ

ทำไมผู้ชายต้องอ่อนข้อให้ผู้หญิง
*มันก็อ่อนข้อให้เฉพาะแบโร นั้นแล จริงมั้ย?

หาจ้างบาริสต้าแบบนี้ได้ที่ไหน? จ้างมาชงกาแฟให้ส่วนตัวได้มั้ย

หาจ้างติวเตอร์แบบนี้ได้ที่ไหน?กุส์จะไม่ไปจ้าง 55
ขี้เกียจเถียง สิ้นเปลืองพลังงาน

ว่าแต่ ดงแฮกะแบโร เถียงกันขนาดนี้ ร่างกายเผาพล่านพลังงานไปกี่แคลลอรี่ล่ะ

หมาหัวเน่าที่มีความรัก โอเค ดงแฮ แบบนี้เค้าไม่เรียกหัวเน่าแล้วคับ แบบนี้ ดงแฮก็จะอยู่ในอาการ อินเลิฟ ถึงขีดสุด และดงฉฮก็จะอยู่ในอาการ ตกหลุมรักขึ้นไม่ไหว เธอใช่มั้ยเป็นคนผลักฉัน

เอาเหอะ

เม้นมากมันจะรั่วกันไปใหญ่

ไปดีกว่า

#4 By linkline@linn on 2008-02-13 18:55

และแล้วมุงส์ก็ รวมลิ้งค์มาอยู่บ้านเดี๋ยวกัน

ก็บอกแล้ว ทำเป็นซีรี่ย์ วู้ๆๆ

เอาชื่อนั้นแหละ

เจ้ชอบ เหอะ เหอะ

อ๋อ

แล้วก็ไปขุด ฟิคB&G ไอ้ที่เคยแต่งหลายๆเรื่องมา ลงไว้ด้วยนะ

โดยเฉพาะเรื่อง ทึกกี้

เพราะ

ว่า อิลิ้งค์ชอบเรื่องนั้นค๊าบ

#5 By linkline@linn on 2008-02-13 18:59

ว่าแต่ วาเลนไทน์นี้อ่ะ

มีเพลงประจำตัวยัง

อิลิ้งค์มีแล้วนะจะบอกให้

อยากมี someone someone someone

จับมือฉันเวลาไปไหน

555 เพลงเฮียบี้แล

ส่วนเพลงวันรักวันลาอ่ะ เพลงนี้

ฉันซื้อกุหลาบให้ตัวเอง 555

ไปหาทวงเด็กก่อน

วู้ๆๆ

#6 By linkline@linn on 2008-02-13 19:01

นี้กุส์บ่นในห้องนี้ได้ใช่มั้ยเนี้ยะ

รู้สึก ผิด เกิ๊น

เค้าเข้ามาอ่านฟิค เจ้มาบ่น

งึมๆ

#7 By linkline@linn on 2008-02-13 19:02

อยู่ต่อหน้าคนอื่นแล้วมันเขินไง


กาสื่อรักของแท้เลยค่ะ อย่างคอมเมนท์ที่ 2 ไม่ได้อ่านฟิคชายหญิงมานานแล้วจริงๆ ลืมไปเลยว่าเป็นยังไง ลืมไปแล้วว่าตัวเองก็เคยแต่ง

อิอิ
*กาแฟ*

พิมพ์ผิดค่ะ

แฮปปี้วาเลนไทน์นะจ๊ะ

#9 By