posted on 14 Mar 2008 00:29 by katere-room in love-series
กด F5 กันก่อนนะคะ ทุกท่าน ^[]^
Give me a kiss, please!
ล่วงเข้ามาจนจะเดือนสามของปีอยู่แล้ว แต่สภาพอากาศก็ยังหนาวเหน็บชวนแต่จะให้รู้สึกว่าคริสมาสต์อีฟยังมาไม่ถึง ทั้งที่จริงมันผ่านไปนาน นานจนซานต้าขี่เรนเดียร์กลับประเทศไปทำมาหากินอย่างอื่นเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียไปแล้ว
สายหิมะยังคงร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าอันมืดสนิทราวกับเทวดาตัวน้อยจงใจโยนเจ้าก้อนปุยน้ำแข็งนั้นมาล้อเล่นกับโลกมนุษย์ ลมหนาวยังคงพัดมาเป็นระยะๆพอให้เจ้าต้นไม้ไร้ใบอุ่นใจว่าไม่ได้อยู่ลำพัง
มีลมหนาวพัดให้กิ่งใบเอนเอียงยังดีกว่าอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางทะเลทราย
ก็เหมือนกับ มีคนไว้ชวนทะเลาะก็ยังดีกว่าเหงาปากนอนแกร่วอยู่บ้าน นั่นแหละ!!
*ป๊าบ*
คนที่กำลังเคลิ้มได้ที่ถึงกับสะดุ้งผาง กระเด้งหัวออกจากโต๊ะแทบไม่ทัน ไอ้แค่อกสั่นขวัญแขวนคยูฮยอนก็แทบจะจิตเตลิดแล้ว นี่ยังไม่วายจะต้องมาแก้วหูระบมเพราะระดับการสั่นสะเทือนอันตรายขั้นสูงอีก โจวคยูฮยอนยังเป็นผู้เป็นคนมานั่งทำหน้ายับแข่งกับอาจุมม่าร้านโชห่วยได้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว.....ฮานึลนูน่า!!
“หัดตั้งใจซะมั่งสิ นี่นายไม่ใช่เด็กประถมกำลังจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมนะ แต่นายเป็นเด็กมอปลายที่กำลังจะเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย!!”
“เปรียบเทียบทำไมน่ะนูน่า มันก็อีหรอบเดียวกันนั่นแหละ คือเด็กที่กำลังจะสอบต้องอ่านหนังสือ!” คยูฮยอนทำตาขวางใส่ นิ้วเรียวๆนั่นก็แคะรูหูอย่างเอาเป็นเอาตาย ถ้าแก้วหูมันติดนิ้วมาได้ คยูฮยอนก็คงจะได้หูหนวกไปเลยมั้ง
“เออก็รู้หนิ ว่าต้องอ่านหนังสือ แล้วทำไมถึงไม่อ่านล่ะ” หญิงสาวยังคงทำหน้าตาดุเยี่ยงมารดาได้อย่างคงเส้นคงวา เธอแหงนหน้าทำมุมพิฆาตแล้วก็จิกสายตาตำหนิส่งมาให้เด็กหนุ่มขนลุกวาบ
“หง่า......ฮานึลนูน่า นู่น่าไม่เหนื่อยมั่งเหรอ เห็นเอาแต่ติวให้ผมจนไม่ได้พัก แถมไม่ยอมกินอะไรอีก” ก็รู้ทั้งรู้ว่าไอ้ลูกอ้อนไม้นี้ใช้กับชอยฮานึลไม่ได้ผล แต่คยูฮยอนก็ยังจะทำด้วยความหวังอันริบหรี่...หรี่จนแค่ฮานึลหายใจรดก็ดับพรึ่บ!
“สรุปว่าขี้เกียจเรียนแล้ว?” ก็เธอถามได้ตรงจุดสุดๆขนาดนั้น คยูฮยอนก็ต้องจำเป็นจะต้องอมลมเต็มแก้ม กวาดเอาความมั่นใจเข้าตัวแล้วค่อยฉีกยิ้มแห้งๆกลับไปให้
“แหะๆ ไว้ต่อพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ พรุ่งนี้ก็วันอาทิตย์อ่า นู่น่าไม่ต้องไปมหา’ลัยไม่ใช่เหรอ? งั้นนู่น่าก็ว่างทั้งวันอยู่แล้ว น้าๆ ต่อพรุ่งนี้......~”
ฮานึลกอดอกเอียงหน้าในองศาที่คยูฮยอนเสียวสันหลังวาบๆมากที่สุด(อีกแล้ว) แต่นั่นมันก็ทำให้คยูฮยอนกลัวได้น้อยกว่าประโยคนี้อยู่ดี
“ฉันไม่มีเวลามากมายขนาดนั้นหรอกนะ!!”
พูดจบ มือขาวๆเหมือนเกล็ดหิมะนั้นก็รวบหนังสือหนังหาที่สุมกองอยู่บนโต๊ะเข้ากระเป๋าโดยไม่สนใจว่ามันจะยับยู่ยี่ขนาดไหน? เสร็จแล้วก็ชันเข่ามนๆที่คยูฮยอนห๊วงหวง กลัวว่ามันจะด้านนั้นลุกขึ้นเดินหนีภายใน 3 นาที
“นูน่า....!!”
“ก็นายขี้เกียจงัย ฉันก็กลับ ไม่ถูกเหรอ?”
“ก็นูน่ากำลังโกรธผมอยู่”
“ใครโกรธ ไม่ได้โกร๊ธ!!” เสียงสูงนี่ น่าเชื่อถือไม่ได้พอๆกับเซลล์แมนแถวบ้านเลยจริงๆ
“งั้นก็งอน”
“หึ ไม่มีทาง”
“งั้นก็....อยากให้ผมง้อใช่มั๊ยล่า??”
“โว้ยยยยยย!! จะกลับบ้าน!! ถอยไป” หญิงสาวสะบัดหัวไหล่ที่มีเจ้ากระดูกแหลมๆนั่นทิ่มท่อนแขนของเด็กหนุ่มจนเซ แล้วก็รีบใส่เกียร์สองลงบันไดไปในทันที
แต่กระนั้น เจ้าเด็กตัวสูงก็วิ่งตามไปอยู่ดี
*อ้ะ*
“หิมะตก??? โอยยยย..แล้วจะกลับบ้านยังงัยเล่าเนี่ย?” ฮานึลแค้นดินฟ้าอากาศขึ้นมาก็ตอนที่เห็นเกล็ดหิมะโปรยปรายอยู่เต็มท้องฟ้านั่นแหละ ...ยิ่งหนีก็ยิ่งตันจริงๆเลย!!...
เธอนึกขึ้นได้ ก่อนจะควานหาฮู้ตจากเสว็ตเตอร์สีส้มแปร๊ดตัวเก่ง แต่แล้วก็ต้องแค้นอาภรณ์ตัวเองขึ้นมาอีก แล้วพอจะควานหาหมวกไหมพรมในเป้ใบโปรด ความแค้นก็มาสุมหัวอยู่ในตัวฮานึลหมดแล้ว
..นี่กะจะไม่ให้หนีกลับบ้านได้เลยใช่มั๊ยเนี่ย???..
“ฮึ่ยยยยย” ฮานึลยืนฮึดฮัดอยู่ดีๆ เจ้าแฟนเด็กตัวดีก็โผล่มาทางข้างหลัง
“จะกลับยังงัย? หิมะยังไม่หยุดตกเลย”
“มีร่มม้ะ!!”
“จะบ้ารึงัยเล่า ใครเค้าให้คนตัวเล็กๆแบบนี้ถือร่มฝ่าหิมะเล่า ลมพัดมาทีก็ปลิวไปทั้งคนทั้งร่ม”
“พูดมากชะมัด”
“ก็คนเค้าเป็นห่วงนี่” คยูฮยอนงึมงำทำปากอูม แต่ฮานึลกลับได้ยินมันชัดเชียวล่ะ
“........”
“เป็นห่วงจริงๆนะ!!” คราวนี้โจวคยูฮยอนตะโกนเสียงดังฟังชัด
“เออ รู้แล้ว”
“งั้น....ค้างที่นี่!!”
“จะบ้าเรอะ? ไม่เอาด้วยหรอก ให้ฉันเป็นหวัดเพราะเดินตากหิมะ ยังดีกว่านอนค้างกับนาย” เห็นท่าทีปฏิเสธหัวชนฝาที่คยูฮยอนเดาไม่ผิดอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็เริ่มปฏิบัติการ ‘ต้อนลูกไก่ให้จนมุม’
ขายาวๆของเด็กหนุ่ม เพียงแค่ก้าวมาก้าวเดียวเท่านั้น แต่เขากลับบั่นทอนระยะห่างให้สั้นกุดได้ในพริบตา ใบหน้าหล่อร้ายยื่นมาใกล้จนได้กลิ่นแป้งฝุ่นจางๆจากหญิงสาว
“หรือว่า...อยากจะให้ผมคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัว ป้อนข้าว ป้อนยาให้ล่ะ หืม??”
“ไม่..ไม่อยาก นี่ถอยออกไปนะ!!”
“งั้นก็ค้างที่นี่!”
“ไม่เอา นายน่ะ ไว้ใจได้ที่ไหนกันเล่า!!”
“แต่เราเป็นแฟนกันนะ!!!” ถึงคราวคยูฮยอนขึ้นเสียงบ้างแล้ว ก็จะให้อดรนทนไหวได้ยังงัยกันเล่า คบกันมาก็ตั้งเกือบปีแล้ว แต่กลับทำตัวรังเกียจเดียดฉันท์อย่างกับว่าเขาเป็นตัวแบคทีเรียน่าขยะแขยงอย่างนั้น จะจับมือถือแขนกันก็ยังไม่เคยได้ กอดก็ไม่เคย หอมก็ไม่ได้
จูบเหรอ.............?
ไม่ต้องพูดถึง!!
“คนเป็นแฟนกัน เค้าก็ต้องจับมือกันได้ กอดกันได้ แล้วก็หอมกันได้สิ”
“พูดอย่างนี้หมายความว่าอยากทำอะไรกับฉันคืนนี้น่ะสิ!!!”
“โว้ยยยยยย แค่หอมอ่ะ แค่กอดอ่ะ ให้ไม่ได้เหรอ?!!”
“ฝันไปเถอะ อ้ะ!!”
ไม่มีทาง คยูฮยอนไม่ยอมเอาแต่ฝันอีกเด็ดขาด ไอ้ด้วยนิสัยที่ปากกับใจตรงกันอย่างกับวัดด้วยไม้บรรทัดเนี่ยมันช่วยเขาได้จริงๆ เด็กหนุ่มใช้มือข้างซ้ายคว้าข้อมือเล็กๆที่เขาสามารถกำได้สองรอบ มือขวารั้งเอวบางเข้าหาตัว แล้วก็ฝังจมูกโด่งลงกับแก้มนุ่มในทันที
แหม่...จริงๆ อยากจะทำมากกว่าหอมอีก ถ้าไม่ติดที่อาการตัวแข็งทื่อ หลับตาปี๋เนี่ย!!
ฮานึลปล่อยให้สายลมเย็นๆพัดเอาสัมผัสอุ่นๆนั้นออกจากแก้มตอนที่คยูฮยอนผละตัวเองออกไป
“ค้างที่นี่นะ นู่น่า...ผมเป็นห่วงนู่น่าจริงๆ”
น้ำเสียงแผ่วเบาล่องลอยออกมาจากริมฝีปากหยักสวยเรียวนั้น ฮานึลกลายเป็นหินไปชั่วขณะ
.....kiss…..
คยูฮยอนสูญเสียน้ำลายเป็นพยานรัก เอ๊ย! พยานสัญญา ที่ว่าคืนนี้เค้าจะไม่แตะเนื้อต้องตัว หรือทำรอยขีดข่วนบนผิวขาวๆน่าฟัดของฮานึลแต่อย่างใด กว่าที่รายนั้นจะยอมใจอ่อนให้ เจ้าเด็กหนุ่มตัวสูงโย่งก็ถึงกับหอบเพราะการเผาผลาญพลังงานที่หนักเกินไป
ง้อแฟนนี่ยากยิ่งกว่าปักเสาเข็มอีก..จะบอกให้
ฮานึลเดินต้วมเตี้ยมๆตามคยูฮยอนเข้าไปในห้องนอน พอพ้นเขตนอกห้องเจ้าเด็กบ้านั่นก็ไม่ยอมพูดยอมจาอะไรเลย ทำเอาความกลัวเข้าครอบงำหัวเธอเป็นพัลวัน แต่พอขายาวๆนั้นจ้ำไปทางตู้เสื้อผ้าตู้ใหญ่แล้วมุดตัวเข้าไปเหลือแต่ก้นโผล่ประตูออกมา ฮานึลถึงได้โล่งอก
คยูฮยอนหอบผ้านวมออกมาหน้างุด ฮานึลก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าเด็กนี่มันงอนแล้วล่ะ
ก็ดูทำเข้า เอาคางจิ้มกับผ้านวมเหลือแต่จมูกกับตาโผล่พ้นขึ้นมา แล้วยังจะไม่ยอมสบตากันอีก โจวคยูฮยอนน่ะ –โตแต่ตัว-
“ว่าแต่เค้า ตัวเองนั่นแหละที่ขี้งอน”
โจวคยูฮยอนทิ้งผ้านวมลงกับพื้นแล้วก็คลานสี่ขาเพื่อกางมันออกให้เป็นผืนกว้าง จากนั้นก็ย้ายตัวเองไปค้นเอาผ้าห่มอีกผืนมาสมทบ ทำเหมือนเสียงนุ่มๆน่าฟังของฮานึลเป็นแค่เสียงลมที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านลอยไป ไม่ได้เก็บเอาไปใส่สมองส่วนความจำ
แต่ฮานึลก็ไม่โกรธหรอก..น่าจะเรียกว่าชินซะมากกว่า
คยูฮยอนตบหมอนปุๆ ทำท่าจะทิ้งหัวลงนอนแต่ก็เปลี่ยนใจหันหน้ามามองหญิงสาวที่นั่งหัวโด่อยู่บนเตียง
“แอบมองผม”
“เห?”
“ก็นูน่าแอบมองผมอยู่”
แล้วอยู่ๆเจ้าเด็กตัวสูงก็ลุกปราดเข้ามานั่งจมเตียงอยู่ข้างๆ ทำเอาฮานึลสะดุ้งตกใจยื่นมือไปผลักตามสัญชาตญาณ “จะทำอะไร!!?”
คยูฮยอนยังคงไม่ตอบในทันที แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมๆของคนตัวเล็กที่เริ่มสั่นระริก คยูฮยอนเชื่อว่า ฮานึลนูน่าจะต้องยอมแพ้หลบสายตาเค้าก่อนแน่ๆ
แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย!
“คนอะไร..ชอบทำอะไรลับๆล่อๆ ทีให้มองจังๆแบบนี้ก็ไม่มองซะงั้น”
“นี่!! ออกไปเลยนะ เมื่อกี๊สัญญากับฉันว่ายังงัย? ห้ะ!!?”
“ขอจูบทีดิ่”
“เมื่อกี๊นายสัญญากับฉันว่าอะไร หา????”
“สัญญาก็เรื่องของสัญญา อันนี้กำลังขออนุญาต ถ้าให้ก็คือได้ ไม่ใช่หรืองัย? แล้วตกลงว่าจะให้รึไม่ให้ล่ะ” คยูฮยอนกำลังใช้วิธีสบตาหวานสยบความเคลื่อนไหวอยู่ ดวงตารีเรียวของสุนัขจิ้งจอกจดจ้องไม่กะพริบราวกับหญิงสาวตัวเล็กบนเตียงนุ่มเป็นลูกกวางน้อยน่าสงสาร
“หึ..” ฮานึลตอบอะไรก็ไม่รู้ เธอกำลังพยักหน้าพร้อมกับส่ายหัวไปพร้อมๆกัน
ลมหายใจที่ฮานึลใช้หายใจเริ่มเจือจางลงเรื่อยๆ ตราบใดที่เจ้าหน้าหล่อยังคงเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆ คยูฮยอนเท้าแขนไว้ที่ขอบเตียงแล้วโน้มใบหน้าลงไป
ริมฝีปากของทั้งคู่แตะกันช้าๆ เหมือนใบไม้แห้งที่ปลิดตัวลงจุมพิตกับผืนน้ำเพียงเบาๆ
“ห้ะ!!!”
ฮานึลผลักอกกว้างนั้นออกเต็มแรง ไม่พอแค่นั้นเธอยังประเคนteenเข้าให้ที่หน้าท้องแบนราบนั่นอีกต่างหาก!!
*โอ๊ยยยยยย!!*
คยูฮยอนจุก แต่ฮานึลอึ้ง!!
มือบางๆวิ่งเข้าตะปบปากตัวเองแทบไม่ทัน ความร้อนวูบวาบๆยังวนเวียนๆเหมือนริมฝีปากบางๆของเธอเพิ่งโดนเทียนลน
“ขอโทษ คยูฮยอน ฉัน..ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“อ่า..ไม่เป็นไรหรอกนูน่า ผมผิดเองแหละที่ไม่รักษาสัญญา อา..เอวคงไม่หักหรอกนะ” คยูฮยอนกุมสีข้างตัวเองด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วมาตามซี่โครง
ก็คนกำลังเคลิ้ม มาถีบกันกระเด็นซะนี่!!
ฮานึลกำลังจะลุกไปช่วยพยุง แต่คยูฮยอนกลับหยัดยืนขึ้นมาได้เสียก่อน เขายิ้มแหยๆยกมือโบกๆให้เชิงจะบอกว่าไม่เป็นไร..ไม่เป็นไรจริงๆ แล้วก็คว้าเอาผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป
ปล่อยให้ความรู้สึกของคนผิดวิ่งเล่นอยู่กับฮานึลตามลำพัง!!
ฮานึลทิ้งหลังแนบกับเตียงหลังใหญ่ของคยูฮยอนแล้วก็ถอนหายใจยาวเหยียด คำพูดต่างๆนาๆของพี่แพโร ลูกพี่ลูกน้องของเธอสะท้อนเข้ามาในหูอย่างกับมีใครเอาหูฟังซาวน์อะเบ้าท์มาจ่อไว้
“”ผู้ชายน่ะ ที่เค้ามีแฟนก็เพราะเรื่องพวกนี้น่ะแหละ แล้วถ้ามันไม่ได้อย่างใจ มันก็จะหาเรื่องชิ่งออกจากเรา””
“”หมายความว่า เราก็ต้องยอมให้มันจูบ มันลูบ มันคลำอย่างนั้นเหรอ?””
“”อ่า..จะตอบว่าใช่มันก็น่าเกลียดตายเลย แต่ถ้าตอบว่าไม่ใช่ก็ใช่ที่ซะที่ไหน แฟน ถ้าไม่ได้มีไว้เพื่อรัก เพื่อให้ความอุ่นใจ แล้วจะมีไว้ทำไมล่ะ หา?””
...ฮ๊า!!~ แต่มันก็ทำได้ง่ายที่ไหนกันล่ะ?
เพราะความแตกต่างของอายุระหว่างคยูฮยอนกับเธอแหละมั้ง ที่ทำให้เธอไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยซักนิด ก็คยูฮยอนยังไม่จบมอปลายเลย ในขณะที่เธออยู่มหาวิทยาลัยปีสองแล้ว กลัวว่าถ้าเผลอให้จับมือ ก็คงจะมีการกอดตามมา กลัวว่ากอดก็จะมีหอม กลัวว่าหอมก็จะเสียจูบ
แล้วถ้าได้จูบเมื่อไหร่
ก็เท่ากับว่า เธอเอาอนาคตของเธอไปแขวนไปตรงหน้าผาแล้ว!!
เฮ้อ~ แต่ถ้าไม่ลองไปห้อยต่องแต่งอยู่บนหน้าผา แล้วจะรู้ได้ยังงัย ว่าคนๆนั้นจะมาช่วยเราให้มีชีวิตรอดต่อไป หรือจะปล่อยให้เราตกลงไปสู่ห้วงเหวลึกคนเดียว
อย่างงี้เค้าเรียกว่า ‘ไม่ลองไม่รู้’ !!
ฮานึลตั้งสติ กำหนดลมหายใจเข้าออกอยู่นานพอสมควรล่ะ? ก่อนจะสะดุ้งโหยงตอนได้ยินเสียงกลอนห้องน้ำ
คยูฮยอนเดินออกมาในชุดเปลือยท่อนบน กับผ้าขนหนูผืนสีขาวที่พันท่อนล่าง กับหน้าอกกว้างๆ หยดน้ำเกาะพราว แล้วก็ผมเปียกๆที่เจ้าตัวกำลังใช้มือสางมันลวกๆ แค่นั้นใจของฮานึลก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วววว!!
เธอพลิกตัวนอนคว่ำหน้าลงกับเตียงแล้วก็ตีขาตุ่บเหมือนเตียงนุ่มๆนี้เป็นสระว่ายน้ำ
คยูฮยอนเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มขำ แล้วก็รีบแต่งเนื้อแต่งตัวก่อนที่สาวเจ้าเค้าจะหัวใจวายตายคาห้อง แล้วเดี๋ยวจะมีข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับวันพรุ่งนี้ว่า
โจวคยูฮยอน ฆาตรกรรมวัยหนุ่ม
ใช้ความหล่อร้ายฆ่าแฟนสาวจนหัวใจวายตายคาห้องนอน!!
แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว...บรื๋อ~
โจวคยูฮยอนสวมเสื้อกล้ามเสร็จแล้วก็หันกลับมากำลังจะตรงดิ่งไปนอนแผ่หลาที่ตรงฟูกแต่กลับต้องสะดุดกับใบหน้าใสๆของแฟนสาวเสียก่อน ฮานึลยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าเขา
“หืม?”
*อ้ะ*
ฮานึลกระโดดจูบเค้า ปากตรงปากเลยล่ะ!!
แต่ทำไม ช่วงเวลาความสุขมันสั้นจัง 3 วิเองเหรอ???
“ฮ๊า!!!! ฉันทำไม่ได้ ไม่ได้ๆๆๆๆ ทำไมฉันถึงทำไม่ได้ล่ะ!!!”
“ไม่เป็นไรหรอกนู่น่า ผมเข้าใจ”
คยูฮยอนยิ้มหวานให้ ก่อนจะใช้หลังมือเขี่ยตรงผิวแก้มสีขาวอมชมพูของเธอเบาๆ ..จะถือว่านูน่าตีตราผมไว้ละกันนะ!!..
“อืม...” ฮานึลพยักหน้าหงึกหงักๆ แล้วก็ยอมปีนเตียงขึ้นไปนอนแต่โดยดี คยูฮยอนมองตามแล้วก็อดที่จะยิ้มแก้มแทบฉีกไม่ได้
แฟนใครวะ น่ารักชิบโป้ง!!
เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนที่ฟูกนุ่มข้างเตียง พลิกตัวหันไปมองเงาลางๆของหญิงสาวในความมืดสลัว มองอยู่ไม่นานก็เหมือนฮานึลจะรู้ตัว ถึงพลิกตัวหันมาสบตาแป๋วผ่านความมืด
มือนิ่มๆ เลื่อนลงมาจากขอบเตียงนอน เลื่อนลงมาให้คยูฮยอนใช้ฝ่ามือหนากุมเอาไว้ตลอดนิทราอันแสนหวาน
.....kiss…..
“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!”
“แฟนมาค้างที่ห้องทั้งคืน แต่กลับได้แค่จับมือกันนอน ไม่ได้ทำอะไรกันเลยเรอะ??”
“มึง มึ๊งงงงง!! ไปเช็คด่วน กูว่ามึงต้องหมดสมรรถภาพแล้วแน่ๆ”
คยูฮยอนจะทำได้ก็แค่เอามืออุดรูหูเท่านั้นแหละ ไอ้เพื่อนปากสัตว์เดียรัจฉานทั้งหลายมันกำลังวิจารณ์พฤติกรรมของเขาอย่างสาดเสียเทเสีย
กะอีแค่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมันผิดกฎหมายมาตราไหนมิทราบ!!??
ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อร้ายกาจผุดลุกขึ้น คว้าเอากระเป๋ามาฟาดไหล่ ทั้งที่ความจริงอยากจะฟาดกบาลไอ้เพื่อนเอี้ยๆให้สวะมันหลุดไปซักกระบุงมากกว่า
เสียงร้องเรียก เฮ้ย เหี้ย เอี้ย สัตว์ ดังเป็นแบ็กกราวน์อยู่ลิบๆซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจมัน คยูฮยอนกำลังสนใจแต่ว่า เย็นนี้ฮานึลนู่น่าจะสอนวิชาอะไรให้กับเขาซะมากกว่า
ท่อนขายาวๆเปลี่ยนจังหวะจากเดินเอื่อยๆมาเป็นเดินเร็วๆ แล้วก็กลายเป็นวิ่งว่องๆออกจากรั้วโรงเรียนโดยเร็ว วันนี้ฮานึลนู่น่านัดสถานที่เป็นสถานีรถไฟใต้ดินคังเบียน เธอบอกว่าวันนี้ต้องไปซื้อหนังสือเรียนเพิ่มกันอีกนิดหน่อย คยูฮยอนถึงไม่รอช้าที่จะวิ่งกระหืดกระหอบไปยังสถานที่นัดให้เร็วที่สุด
“รอนานมั๊ย??!!!”
เขาตะโกนถามไปก่อนตัวเพราะเห็นฮานึลนูน่ายืนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่
ฮานึลหันกลับมาแล้วก็รอจนกว่าเด็กหนุ่มจะหายหอบจึงตอบ “ไม่เท่าไหร่ พอรอได้”
“ฮี่....นูน่า!”
“อะไร?”
“ก่อนไปซื้อหนังสือ แวะร้านเกมส์ก่อนน้า ผมอยากไปที่นั่นมาตั้งนานแล้วล่ะนูน่า แบบว่า,, ไม่ได้เล่นเกมส์นานจะลงแดงตายยังงัยก็ไม่รู้ นะน้า นูน่านะน้า~!” คยูฮยอนกำลังแปลงกายเป็นเจ้าแมวขี้อ้อน “สัญญาว่าถ้าเล่นจนจุใจเมื่อไหร่จะรีบให้นูน่าติวให้”
“ให้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว”
“หง่ะ....นูน่า ชม.เดียวจะไปพออะไรกันเล่า”
“งั้นก็ครึ่ง”
“อ่า.............ชั่วโมงเดียวก่ะด้ายย....................ยย”
ในที่สุดเด็กชายคยูฮยอนก็ต้องยอมพ่ายแพ้แก่คุณแม่(ทูนหัว)อีกครา คนตัวสูงลากเท้าตามด้วยอารมณ์เซ็งจิตไปซื้อตั๋วแล้วก็นั่งก้มหน้างุดไม่พูดอะไรไปตลอดทาง
แต่พอถึงร้านเกมส์เท่านั้นล่ะ วิญญาณลิงก็กลับสู่ศาลโดยเร็วไว คยูฮยอนเล่นเกมส์อย่างเมามันส์จนลืมไปด้วยซ้ำว่าไม่ได้มาคนเดียว เด็กหนุ่มยิ้มร่าเปลี่ยนเครื่องเล่นอย่างเริงร่า
จนฮานึลอดถอนหายใจออกมาไม่ได้
นี่ฉันมีแฟนหรือมีลูกกันแน่??
“ฮานึลนู่น่า..”
“หมดเวลาแล้ว!”
รอยยิ้มของคยูฮยอนถูกดูดกลืนไปเหมือนเจ้าก้อนไม่พึงประสงค์ในชักโครก ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อจัดแต่นิสัยเด็กขนาดคนนั้นจะสาวสวบๆเข้ามาหา เขย่าแขนแล้วก็ประนมมือขอร้อง ขอเลื่อนเวลาอีก 10 นาที
“ไม่ได้!!”
“น้านะ...”
“นายนี่มัน!! ถ้าไม่ติว ฉันก็จะไม่ติวให้นายอีกแล้วนะ!!!!”
“นู่น๊า!!!~”
คยูฮยอนทำเสียงฟึดฟัดออกจากจมูก มองหน้าขึงขังของฮานึลแล้วก็ต้องหางตกหูลู่ ยอมโดนลากปลอกคอไปร้านหนังสือแต่โดยดีไม่มีขัดขืน
ฮานึลคว้าหนังสือที่เธอชินลูกกะตาให้คยูฮยอนหอบสองสามเล่ม จ่ายตังค์แล้วก็ออกจากร้านด้วยความเร็วสูง ตลอดทางที่เดินไปป้ายรถเมล์ ฮานึลไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีกเลย
เอาแต่นิ่งเงียบ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่??
“”นายนั่นน่ะ เด็กจะตาย ดูสิ ขนาดค้างด้วยกันทั้งคืนยังไม่กล้าทำอะไรเลย””
“”แล้วมันไม่ดีรึงัย””
“”ไอ้ตอนนี้มันก็เหมือนจะดีน่ะนะ แต่เด็กยังงัยก็คือเด็ก เวลาเธอมีปัญหาอะไร เธอก็ปรึกษาไอ้เด็กนั่นไม่ได้หรอก มันก็จะก่อกวน นอกเรื่อง ทำให้เธอโกรธแล้วก็ลืมเรื่องนั้น วิธีแบบเด็กๆ””
อา....ฮานึลคิดไม่ตกแล้วนะ!!
ถ้าคยูฮยอนทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ก็ดีสินะ นี่อะไร พามาซื้อหนังสือก็ร้องงอแงจะเล่นเกมส์เป็นเด็กๆ แล้วจะไม่ให้เธอเก็บเอาคำพูดไร้สาระของเหล่าเพื่อนผองที่มหาวิทยาลัยมาคิดได้ล่ะ?
“ฮานึลนูน่า”
“นูน่า!!”
“นูน่า!!” คยูฮยอนสะกิดนิ้วที่หัวไหล่ พอเธอหันไปเขาก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ มันก็ดูตลกดีหรอก ถ้าไม่ได้มาทำให้ดูตอนนี้
“เมื่อไหร่จะโตซักที!!!”
“เห?”
“เมื่อไหร่นายจะโตเป็นผู้ใหญ่กับเค้าซักที!!!!”
“ถ้าผมโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วนูน่าจะมีแฟนเด็กไปเพื่ออะไร?”
คยูฮยอนตอบหน้าตาย คำตอบแบบเด็กๆ คำตอบที่ฮานึลไม่อยากจะฟัง ไม่อยากได้ยินมันเลย!!!
“ไม่ต้องเจอกันซักพักได้มั๊ย? ไม่ต้องคุยกัน ไม่ต้องโทรหากันซักพัก แค่ซักพัก ให้ฉันมีเวลาอยู่กับตัวเอง” เธอพูดเบาๆ แต่ดังชัดเจนสำหรับโจวคยูฮยอน
“นูน่าเป็นอะไร เมื่อวานก็ยังดีๆอยู่นี่ หรือว่านูน่ามีคนอื่น นูน่าไม่รักผมแล้วเหรอ?”
เธอส่ายหัวให้กับคำตอบนั้น ส่ายหัว ส่ายหัว แล้วก็ส่ายหัว
“ก็เพราะนายเป็นแบบนี้ นายไม่เคยพูดอะไรให้มันจริงจังซักเรื่อง ทุกอย่างสำหรับนายมันเป็นแค่เรื่องล้อเล่น มันเหมือนเกมส์ ที่พอแพ้ก็เริ่มเกมส์ใหม่ ไม่พอใจก็รีเซตเครื่องใหม่ คยูฮยอน นายช่วยทำให้ฉันมั่นใจในตัวนายซักนิดได้มั๊ย”
“......”
“ให้ฉันได้มั่นใจ ที่จะให้นายกอดฉัน ให้ฉันได้มีความมั่นคงเวลาอยู่ในอ้อมกอดนาย.....”
“นูน่า.......”
“นูน่า.........” คยูฮยอนร้องเรียกอยู่ตรงนั้น ร้องเรียกนูน่าของเขาที่วิ่งขึ้นรถประจำทางไปแล้ว ...นูน่า......ผมทำผิดอะไร??...............
นูน่า.........
.....kiss…..
คยูฮยอนแทบจะอยากถอดนิ้วโป้งมาใส่แบตเตอรี่ เพราะเขารู้สึกเมื่อยมันเหลือเกิน เมื่อยที่ต้องกดโทรออกหาฮานึลนูน่าแต่กลับได้รับเสียงผู้หญิงที่ไม่รู้จักหน้าค่าตาดังกลับมาแทน
“”นูน่าจะเอาอย่างนี้จริงๆน่ะเหรอ นูน่าไม่สงสารผมรึงัย นูน่า...เปิดเครื่องเดี๋ยวนี้เลยนะ””
“”ทำไมต้องปิดมือถืออย่างนี้ด้วยล่ะ นูน่า นูน่าโกรธอะไร นูน่าทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ!!””
“”ไม่รู้ว่าผมคิดถึงรึงัย นูน่า เปิดเครื่องเซ่!! ผมคิดถึงนูน่าใจจะขาดอยู่แล้วนะ!!””
“”นูน่าจะเอาอย่างนี้จริงๆใช่มั๊ย?!!””
“”นูน่า ผมอยากได้ยินเสียงนูน่านะ ฮานึลนูน่า....~””
เสียงอันหลังสุด ข้อความตอนท้ายมันเงียบหายไปนานจนกระทั่งสายถูกตัดไปเอง ฮานึลเลยรู้ว่า เจ้าเด็กเอาแต่ใจมันสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว
ฮานึลอยากจะหยิบมือถือแล้วโทรกลับไปด่าว่า ‘ทำไมถึงได้ชอบทำตัวเป็นเด็ก ห้ะ!!’ กับเจ้าปลายสายฝั่งนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจ เพราะถ้าขืนโทรไป คยูฮยอนก็จะได้ใจ พอได้ใจแล้วมันก็จะเข้าอีหรอบเดิม คือโจวคยูฮยอนจะโวยวายๆเป็นเด็กๆแล้วฮานึลก็ใจอ่อน
ในเมื่อจะดัดนิสัย มันก็ต้องใจแข็งกันหน่อยล่ะ!!
เฮ้อ~
ฮานึลตัดสินใจยอมขัดใจตัวเอง แล้วก็ปิดโทรศัพท์อีกครั้ง
ที่เค้าเคยพูดกันไว้ว่า
ไม่ห่างกัน ก็จะไม่รู้ว่าคิดถึงมากแค่ไหน
เคยคิดอยู่เหมือนกัน... แต่ก็ไม่เคยเจอกับตัวเองเลย
เพิ่งจะรู้ก็วันนี้...วันที่ขาดน้ำเสียงทะลึ่งทะเล้นของโจวคยูฮยอนคอยกล่อมตอนนอน
.....kiss…..
ฮานึลตื่นเช้าผิดปกติ เธอจัดแจงตัวเองจนเรียบร้อย ทั้งแต่งตัวแล้วก็มื้อเช้า ก่อนจะคว้าเอากระเป๋าเป้ใบโปรดพาดขวางไหล่แล้วออกจากบ้าน
...เห็นมั๊ยล่ะ? ไม่มีเจ้าเด็กบ้านั่นโทรมาปลุกก็ตื่นเช้าเองได้เหมือนกัน......หึ....
ฮานึลชะงักเท้าข้างขวาที่กำลังจะก้าวออกจากรั้วบ้าน
เมื่อเห็นผู้ชายตัวสูงกว่าเธอเกือบ 20 เซนติเมตรยืนค่ำรั้วอยู่ตรงนั้น......
เจ้าหล่อนเลือกที่จะยกเท้าหนักๆนั้นให้เดินผ่านไป พยายามคิดว่าไอ้ตัวสูงๆนี่มันเป็นแค่เสาไฟฟ้าต้นนึงเท่านั้น แต่มันกลับทำไม่ได้ เพราะเสาไฟฟ้ามันไม่มีชีวิต
แต่โจวคยูฮยอนมีชีวิต...
“นู่น่า!”
....ยัยฮานึล!! แกชื่อนูน่ารึงัยกันเล่าห้ะ?!!....
กว่าจะกร่นด่าตัวเองให้จบ คยูฮยอนก็สาวเท้ามาถึงตัวเสียแล้ว เขาคว้าแขนเล็กๆของคนตัวบางแล้วรั้งให้หันมาหากัน
“นูน่า ทำไมต้องเดินหนีผมด้วยล่ะ!!”
“...........”
“โทรไปก็ปิดเครื่อง นูน่าก็รู้นี่ว่าผมติดนูน่าขนาดไหน ไม่ได้เห็นหน้าวันเดียวก็จะลงแดงตาย แค่ไม่ได้ยินเสียงผมก็จะขาดใจแล้ว แต่นูน่ากลับยังแกล้งผม!!!”
“ฉันบอกแล้วงัย ว่าไม่เจอกันซักพักได้มั๊ย แล้วทำไมต้องตามกันมาด้วยล่ะ!!”
“ผมไม่เข้าใจ นูน่า....โกรธผมเรื่องอะไร ไปฟังใครเค้าพูดอะไรมา?”
คยูฮยอนก้มหน้าลงจ้องฮานึลด้วยแววตาข้องใจ
ส่วนขอบตาของฮานึลก็ร้อนผ่าว มีน้ำปริ่มเหมือนจะกลั่นตัวแล้วหยดลงล้างแก้มใสนั้นให้ได้
“เพื่อนฉันบอกว่า...นายมันเด็ก เด็กเกินว่าจะดูแลฉันได้ เด็กเกินกว่าจะปกป้องฉัน จริงๆแล้ว....นายอาจจะไม่ได้รักฉันจริงๆก็ได้ นายก็แค่.....” ฮานึลพูดไปก็ร้องไห้ไป จนคยูฮยอนต้องแทรก
“ไม่จริงหรอก ผมรักนูน่าจะตาย!”
“แต่...”
“จะไปเชื่อพวกเค้าทำไม นูน่าต้องเชื่อผมสิ ......ผมน่ะ ไม่เคยปล่อยให้นูน่าร้องไห้คนเดียวเลยนะ ก็จริง.. ที่นูน่าไม่เคยให้ผมจับมือ แต่ผมก็อยู่ข้างๆตลอดไม่ใช่เหรอ? ผมน่ะ เป็นห่วงนูน่านะไม่งั้นจะตามเทียวรับเทียวส่งนูน่าทำไมกัน ผมหวงนูน่าจะตาย..แค่มดมันกดนูน่า ผมก็แทบจะขยี้มันแหลกคามือแล้วถ้านูน่าไม่ห้าม” คยูฮยอนสาธยายข้อดีของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังด้วยน้ำเสียงตั้งใจ จริงจังสุดใจขาดดิ้นเลยล่ะ!
“ที่นูน่าไม่มั่นใจ เพราะนูน่าไม่เคยเปิดใจต่างหาก”
“..........”
“นูน่า.........ไม่มีใครเจนเทิลเมนเท่าผมอีกแล้วนะ ดูสิ เมื่อคืนก่อนที่นูน่าอยู่ค้างกับผม ผมยังไม่ทำอะไรนูน่าเลย รู้มั๊ยว่ามันลำบากแค่ไหน ที่ต้องทำแค่จับมือแล้วข่มตาหลับ ทั้งที่มือนูน่านุ่มจนอยากจะ....เอ่อ......อยากจะรู้ว่าที่อื่นจะนุ่มอย่างนั้นมั๊ย?”
ฮานึลหลุดหัวเราะขำอยู่คนเดียว แต่คยูฮยอนยังไม่รู้ตัว
“ฮ๊า!! เห็นมั๊ยเล่า หาแฟนอย่างผมไม่ได้ง่ายๆเลยนะ เพื่อนนูน่าน่ะ หาแฟนดีๆอย่างผมไม่ได้ต่างหากเลยใส่ไฟผมซะขนาดนั้น พวกเค้าต้องวางแผนให้นูน่าทิ้งผม แล้วเข้ามาเสียบแทนแน่ๆ..”
“พอแล้ว!”
หญิงสาวตัวบางค่อยๆเงยหน้าขึ้น เธอใช้ตาแดงๆของเธอช้อนขึ้นสบกับดวงตารีเรียวก่อนจะวาดรอยยิ้มขึ้นช้าๆบนริมฝีปาก
“ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! พูดอย่างนั้นแล้วจะให้ฉันโกรธลงได้ยังงัย นายมันขี้โกงชัดๆ!!”
“หายโกรธแล้วเหรอ?”
“ไม่ได้โกรธ” ฮานึลตอบเบาๆ แต่มันกลับทำให้คยูฮยอนฉีกยิ้มกว้างได้อย่างไม่เคยทำมาก่อน
เด็กหนุ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเพียงนิดเพื่อให้ได้กลิ่นหอมของแชมพูที่ฮานึลนูน่าใช้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เขาเกลี่ยซับคราบน้ำตาบนพวงแก้มสีแดงเรื่อจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ก่อนเอ่ยถามเสียงแผ่ว “กอดได้มั๊ย?”
...เห็นมั๊ย ผมน่ะสุภาพบุรุษกลับชาติมาเกิดเลยนะจะบอกให้!!
“อือ...”
“นูน่าตอบอือนะ อือแปลว่าใช่นะนูน่า!!”
“รู้แล้วล่ะน่า ฉันเรียนสูงกว่านายนะ!” ไม่รอให้เวลามันเดินให้เหนื่อยแล้ว โจวคยูฮยอนเอื้อมมือทั้งสองไปแตะเบาๆที่ไหล่ของหญิงสาว พอมั่นใจว่าผู้หญิงข้างหน้ามีตัวตนอยู่จริงๆไม่ใช่ความฝัน เขาก็รั้งเข้ามากอด
ฝ่ามือของเขาโอบอยู่ที่หัวทุยเล็กนั้น ปลายจมูกโด่งซุกอยู่กับกลุ่มเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน คยูฮยอนอยากจะกอดหญิงสาวให้แน่นจนจมเข้าไปในอกกว้างๆของเค้าเลยด้วยซ้ำ...คนอะไรตัวหอมชะมัด!
โจคยูฮยอนเกือบจะได้ช็อกตายคาอ้อมกอด ใช่! อ่านไม่ผิดหรอก โจคยูฮยอนนั่นแหละ
เพราะเจ้าคนตัวเล็กเค้ากอดตอบ คยูฮยอนรับรู้ถึงสัมผัสเย็นๆจากฝ่ามือเล็กๆบนแผ่นหลัง ปลายเท้าที่เขย่งขึ้นมันทำให้เธอทรงตัวไม่ค่อยอยู่....สุดท้ายก็กลายเป็นว่า คนที่ทำให้อ้อมกอดแน่นขึ้นนั้นไม่ใช่คยูฮยอน แต่เป็นฮานึล
“ปล่อยได้แล้ว....”
“นูน่ากอดผมเองต่างหาก” คยูฮยอนยิ้มมุมปากให้ในระยะเผาขนจนแพขนตาเรียงสวยต้องกระพริบ 1 ปริบแล้วหันหนี
ตั้งสติไปพักใหญ่ทั้งยังอยู่ในอ้อมกอดนั่นแหละ ก่อนจะหันกลับมาเล่นเกมส์จ้องตากันอีกครั้ง
“คยูฮยอน”
“นูน่า”
...ให้ตายสิ ทำไมต้องมาใจตรงกันตอนนี้ด้วยเล่า!...
“พูดก่อนสิ”
“นายพูดก่อน”
...ตาบ้าเอ๊ย นายจงใจสบตาฉันแล้วหาจังหวะพูดให้พร้อมกัน!!...
“..........” ฮานึลจึงเป็นฝ่ายเงียบเอง
แต่หลังจากนั้นไม่ถึงวินาทีเธอก็ต้องเบิ่งตากว้าง คยูฮยอนใช้สายตาสะกดจิตเธอเข้าให้แล้ว เขาช้อนปลายนิ้วที่หลังกกหูของเธอ และเอียงหน้าหลบปลายจมูกเล็กเพื่อกดจูบลงมา
แล้วริมฝีปากของเราทั้งคู่ก็แตะกัน จากแค่แตะเบาๆเป็นการทาบทับที่แนบแน่น คยูฮยอนจูบเก่งอย่าบอกใครเชียวล่ะ เขาสามารถทำให้คนที่ขัดขืนและกลัวการจูบมาตลอดใจเต้นไม่เป็นส่ำแถมแข้งขาก็อ่อนยวบยาบจนถ้า...ไม่มีมืออีกข้างประคองเอวไว้ล่ะก็..
คงได้ตัวอ่อนพับครึ่งลงไปกับพื้นแน่ๆ!!
“อื้มม...คยู......~”
ดีที่คยูฮยอนไม่ใช่เด็กก้าวร้าว ดื้อดึงดันอะไร พอฮานึลประท้วง เขาก็ถอนจูบออก (แม้มันจะดูยืดยาดอืดอาดไปบ้างก็เถอะ =”=)
ฝ่ามือใหญ่ของคยูฮยอนรวบเอาปลายนิ้วเรียวเล็กทั้งห้าไว้เต็มอุ้งมือ เขารู้ดีว่าฮานึลนูน่าเขินแค่ไหน ก็เลยคิดหาทางออกโดยการวิ่งไปป้ายรถเมล์ด้วยกัน
ฮึๆ,, บอกแล้ว
ว่าไม่มีใครรู้ใจนูน่าเท่าผมหรอก
อ้อ!! ไม่มีใครรักนูน่าเท่าผมด้วย เพราะผมรักนูน่าเท่าหัวใจของผม!!
“”ฮ๊า!!~ นี่เธอเสียจูบแรกให้เด็กนั่นไปแล้วเหรอเนี่ย?!!””
“”ก็พี่บอกเองไม่ใช่รึงัย ว่าคนเป็นแฟนกัน เค้าก็อยากจะทำแบบนั้น””
“”แล้วมั่นใจรึงัยเล่า ว่าเด็กนั่นมันรักจริงน่ะ!!””
“”......””
แล้วฉันจะตอบพี่ไปทำไมล่ะ?
แค่คยูฮยอนรู้คนเดียวก็พอ ว่าฉันมั่นใจในความรักของเค้ามากแค่ไหน??
The end

ลืมชั่วขณะ
ขอโทด ขอเวลานึกเเปบเด๋วเปิดhi5เล่นก่อน...
โทดนะที่เขาโง่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้...เออเเล้วนี่เขาดู i will เเล้วน๊า
ดีใจมั้ย เพิ่งดูวันนี้เเหละตอนที่โทหาเองเเหละ ความจิงตอนดูไม่ได้สนใจนางเอกเลย เพราะคิดว่าป๋าเเกเป็นนางเอกมากก่าอ่ะ หน้าตาก้อหว๊านหวาน น่าร๊ากน่ารัก เหมือนผู้หยิงซื่อๆมีหน้าที่เปนเเม่บ้านคอยดูเเลซะมี ไรเงี่ย เเต่ตอนจบนี่มันก้อเส้านะT^Tที่จิงพระเอกต้องถูกยิงเพื่อปกป้องนางเอก เเต่อันนี้นางเอกกลับพลิกบทบาทตัวเองซะงั้น เเละที่สำคันก้อคือนางเอกตาย!!! เเต่ตอนตายยังสวยเลยอ่ะ ดูเเล้วขนลุก บรื๋อ เพลงนี่ก้อไม่ได้ฟังนะ ฟังไม่ออก ปิดเสียงเอาไว้ดูเเต่หน้าตอนป๋าตาย หลับตาพริ้มเลย สงสัยได้ตายเพราะปกป้องคนที่เรารัก
โฮๆๆๆๆ(สุดท้ายก้อเหมือนกับว่านางเอกตัวจิงไม่สำคันเลยเหมือนส่วนเกิน โฮะๆๆๆๆ เขานี่เเย่จิงๆ)
)
รูปนั้นมันมาจาก
รู้งี้ใช้ชื่อฮานึลออซะก็ดี
โฮกกกกกกกก เสียดุย T 3 T)~
ฮึก กๆๆ *หันไปซบอกหมึก*
รู้สึกผู้หญิงคนนี้เลิกกับกี้เพราะกี้จะเดบิวต์
แล้วก็ลบรูปนี้ในไซต์ของเธอก่อนบินกลับไปต่างประเทศบ๋?
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จิ้นเองล่ะนะเร่ TT^TT
เอิ๊กกกกก จุ๊ฟฟฟฟ~~~~~~~~~~~~~~~~
#1 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2008-03-14 08:03